กลอนชายชรารำพึง

………………………………………

กลอนที่  1  

รำพึงถึงความหนุ่มที่หายไป

กลอนดอกสร้อย

………………………………………

ความหนุ่มเอ๋ย  ทำไม  ไม่มาหา

ความชรา  มาทำไม  ไม่อยากเห็น

ความเจ็บไข้  มาทำไม  ไม่อยากเป็น

ความลำเค็ญ  มาทำไม  ไม่อยากเจอ

อยากจะกลับ  คืนไป  สู่วัยหนุ่ม

แต่ต้องกลุ้ม  วัยหนุ่มหาย  ในทีเผลอ

กว่าจะรู้  ตัวได้  ไม่อาจเจอ

ต้องชะเง้อ  โหยหา  อาลัยเอย

……………………………………

กลอนที่  2

รำพึงถึงหู

กลอนดอกสร้อย

………………………………….

หูข้าเอ๋ย  ทำไม่  เป็นเช่นนี้

ก่อนเคยดี  เดี๋ยวนี้แย่  สุดแก้ไข

เคยได้ยิน  สรรพเสียง  เคียงใกล้ไกล

เดี๋ยวนี้ไซร้  ฟังไม่รู้  เป็นหูตึง

อยากจะมี  หูดี  เหมือนก่อนเก่า

นั่งซึมเศร้า  วันละนิด ด้วยคิดถึง

วันหูดี    ที่สดใส  ไม่หูตึง

ไม่ต้องพึ่ง  หูใคร  ได้ยินเอย  

……………………………………

กลอนที่  3

รำพึงถึงเพื่อนที่จากไป

กลอนดอกสร้อย

………………………………….

โอ้เพื่อนเอ๋ย  ทำไม  ตายหมดแล้ว

ทั้งเพื่อนแก้ว  เพื่อนขวด  และเพื่อนขัน

ทั้งเพื่อนที่ ไปไหน  ไปด้วยกัน

ทั้งความฝัน  ก็สลาย  จางหายไป

เหลือเพียงเรา  หัวเดียว  กระเทียมลีบ

กลางวันงีบ  พักผ่อน  นอนหลับใหล 

กลางคืนก็  หลับฝัน  อยู่ข้างยาย

รอความตาย  ทุกคืนวัน  ไม่หวั่นเอย

…………………………………..

กลอนที่  4

รำพึงถึงอดีตที่ผิดพลาด

กลอนดอกสร้อย

…………………………………

    ชีวิตเอ๋ย  ช่างโง่เขลา  เราลิขิต

นั่งนอนคิด  หวั่นหวาม  ความหนหลัง

เรื่องเลวร้าย  หวนเห ประเดประดัง

ไหลพรูพรั่ง  จนหวั่นไหว  ไม่อยากมอง

บางเรื่องก็ รอดคุก  ได้หวุดหวิด

บางเรื่องคิด  ก็หำหด  สยดสยอง

บางเรื่องก็  หวั่นไหว  ไม่น่าลอง

บางเรื่องต้อง  กล้ำกลืน  สะอื้นเอย

……………………………………………

กลอนที่  5

รำพึงถึงการสูญเสียความทรงจำ

กลอนดอกสร้อย

……………………………………………

อนาถเอ๋ย  เคยรูปหล่อ  สาวคลอข้าง

ถึงทรัพย์จาง  สาวยังคง  เฝ้าหลงใหล

แต่วันนี้  ทรัพย์เรามี  ตั้งมากมาย

แต่ข้างกาย   ว่างเปล่า  สาวไม่มี    

นั่งเฝ้ารอ  สาวมาหา  จนตาเหล่

เห็นคนเดิน  เซมา  นึกว่าผี

เอ่ยวาจา  ทายทัก  พ่อตัวดี

นั่งอยู่นี่  ยายตามหา  ตาบ้าเอย

………………………………..

กลอนที่  6

รำพึงถึงฟันที่หลุดร่วง

กลอนดอกสร้อย

……………………………….

ฟันข้าเอ๋ย  ทำไม  ไม่เหมือนเก่า

ขบเบาเบา  ก็หลุดหล่น  จนไม่เหลือ

แต่ยังดี   ที่มีเหงือก  คอยจุนเจือ    

ลำบากเหลือ  ตอนขบเคี้ยว   เสียวเต็มที

ค่อยปะล่อม  ปะแล่มกลืน  ฝืนทนสู้

ฟันไม่อยู่  เหงือกทำแทน  ได้ดู๋ดี๋

เสียอย่างเดียว  เหงือกยิ้มได้  ไม่ค่อยดี

ยิ้มทุกที   เด็กแอบส่อง  ร้องไห้เอย     

………………………………….

กลอนที่  7

รำพึงถึงผมที่หลุดหาย

กลอนดอกสร้อย

…………………………………

ผมข้าเอ๋ย  ทำไม  เมื่อวัยก่อน

สาวสะออน  ว่าดกดำ  งามสลวย

เสริมหน้าหล่อ  สาวเห็น  เป็นงงงวย

ถึงไม่รวย  สาวยังคง  หลงรุมจอง

พอชรา  มาเยือน  เป็นเพี่อนรัก

ผมร่วงหัก  งอหงิก ทั้งหยิกหย็อง

สาวก็เมิน  เพื่อนก็หาย  ยายไม่มอง

เด็กเห็นร้อง  วิ่งหนี  ผีหลอกเอย 

…………………………………

กลอนที่  8

รำพึงเรื่องดวงตาที่พร่ามัว

กลอนดอกสร้อย

……………………………….

ตาข้าเอ๋ย  ทำไมชั่ว  มัวมืดมิด

มองคนผิด  แผกเห็น  เป็นหลายหน้า

งมซาวเดิน  ด่อมไป  ในทุกครา

ค่ำมืดมา  หนียุง  เข้ามุ้งนอน

คนชรา  ตาดี  มีไหมหนอ

ไปหาหมอ  หลายครั้ง  ยังเหมือนก่อน

หมอสั่งว่า  ยามชรา  ต้องบ้านอน

ห้ามตะลอน  ข้ามถนน  รถชนเอย 

………………………………..…

กลอนที่  9

รำพึงถึงหัวเข่าที่ชำรุด

กลอนดอกสร้อย

………………………………..…

เข่าข้าเอ๋ย   ทำไมเป็น  ไปเช่นนี้

ก่อนเคยดี  วิ่งได้  ไร้ปัญหา

พออายุ  แก่กาย  วัยชรา

เข่าของข้า  ลุกนั่ง  ยังโอดโอย

อาหารเสริม  หยูกยา  ที่ว่าแน่

กินแล้วแพ้  ตับไต  ไข้ระโหย

คุณหมอแนะ  นำให้  วัยร่วงโรย

ใช้ไม้ช่วย  ถ่อกาย  เดินได้เอย 

………………………………

กลอนที่  10

รำพึงถึงเล็บที่เปลี่ยนแปลง

กลอนดอกสร้อย

…………………………….

เล็บข้าเอ๋ย  เคยเรียบสวย  สีขาวใส

พอถึงวัย  ชราปั๊บ  กลับแปรเปลี่ยน

เป็นสันนูน  ร่องลาย ไม่เรียบเนียน

เหมือนรอยเขียน  บนหินทราย  หลายล้านปี

ได้แต่บ่น  พึมพำ  ไปตามเรื่อง

คิดขัดเคือง  เดินวน  บ่นเหมือนหมี

ไม่รู้จะ   แก้ไข  อย่างไรดี

ยาหม่องมี   เอามา  ทาแก้เอย

………………………………

กลอนที่  11

รำพึงถึงความหลัง

กลอนดอกสร้อย

……………………………..

ความคิดเอ๋ย  ทำไม  ไม่เหมือนก่อน

ภาพเก่าย้อน  คืนกลับ  เข้าทับถม

จากวัยเด็ก  สู่วัยใส  วัยชื่นชม

สู่วัยขม  ขื่นใจ  วัยชรา

ชีวิตใน  วัยเด็ก  แสนสนุก

วัยรุ่นสุข  สดใส  วัยค้นหา

ทั้งการงาน  ความรัก  และเงินตรา

วัยชรา  นั่งจดจ่อ  รอตายเอย

………………………………

กลอนที่  12

รำพึงถึงจุดหมายปลายทางชีวิต

กลอนดอกสร้อย

……………………………..

คนเราเอ๋ย  เกิดมา  ในหล้าโลก

ล้วนทุกข์โศก  ซึมเซา  เศร้าสุขสันต์

บางครั้งสุข  เหลือล้น  พ้นรำพัน

แต่ไม่นาน  ก็เป็นทุกข์  สุขหายไป

ทุกข์กับสุข  สลับกัน  ผันแปรเปลี่ยน

ทุกข์แล้วเวียน  มาสุข  ทุกข์ห่างหาย

ทุกข์อย่างเดียว ซึมเศร้า  เหี่ยวเฉาตาย

ทุกข์สิ้นไป  ในนิพพาน  เท่านั้นเอย

………………………………

กลอนที่  13

ภาพความหลัง

……………………………..

ภาพก่อนเก่า  คราวหลัง  ที่ฝังลึก

เปิดผนึก  ออกมา  น่าใจหาย

ทั้งเรื่องชั่ว  เรื่องดี  มีมากมาย

ภาพของใคร  ต่อใคร  ที่ผูกพัน

ทั้งปู่ย่า  ตายาย  และพ่อแม่

ที่ดูแล ส่งถึง  ซึ่งฝั่งฝัน

ญาติพี่น้อง  ประคองข้าง  ไปด้วยกัน

เคยผูกพัน  รักใคร่  ไม่เคยลืม

ทั้งครูบา  อาจารย์  ที่พานพบ

ยังเคารพ  คิดทีไร  ใจปลาบปลื้ม

ทั้งเจ้าหนี้  ใจใหญ่  ให้เงินยืม

ไม่เคยลืม  ทุกท่านที่  มีพระคุณ

ทั้งลูกศิษย์  มิตรสหาย ที่รายล้อม

ทุกท่านพร้อม  โอบเอื้อ  คอยเกื้อหนุน

ยามลำบาก  ขัดสน  จนเกิ้อกูล

แสนอบอุ่น  ในน้ำใจ  มิตรไมตรี

ภาพก่อนเก่า    คราวหลัง  ยังฝังแน่น

เป็นรากแก่น  ฝังใจ  ไม่หายหนี

ยังซาบซึ้ง  ตรึงใจอยู่  ทุกนาที

ทุกภาพมี  คุณค่า  คราคำนึง

…………………………………..

data-matched-content-ui-type="image_stacked"