บทสู่ขวัญน้อย/สู่ขวัญก่อนเข้าพิธีแต่งงาน

ปรับแต่งใหม่ให้สั้นกระทัดรัดสัมผัสคล้องจองเพื่อให้ท่องจำง่ายใช้สะดวกเหมาะสมแก่เวลา แต่ยังรักษาเค้าโครง ภาษาและเนื้อหาบทสู่ขวัญของอีสานดั้งเดิมเอาไว้อย่างสุดความสามารถ  ปรับใช้ตามเหมาะสมครับพี่น้องครับ

สู่ขวัญน้อย

พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อ

  1. สู่ขวัญเจ้าบ่าวก่อนจะยกขบวนขันหมากออกจากบ้านเพื่อไปร่วมงานแต่งที่บ้านเจ้าสาว
  2. สู่ขวัญเจ้าสาวก่อนที่ขบวนขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าวจะมาถึง

บทสู่ขวัญน้อย

ศรี ๆ มื้อนี้เป็นมื้อสันต์วันดี   วันดิถีอะมุตตะโชค  โตกใบนี้แม่นโตกไม้จันทน์  ขันอันนี้แม่นขันไม้แก้ว  ขุนนางปุนแต่งแล้ว  จึงได้ยกยอมา  เพื่อบูชาเอิ้นขวัญ ว่า เอหิ ตาตะ ปิยะปุตตา  ปูเรถะ ปาระมิง หะทะยัง เม ภิสัญเจถะ กะโรถะ วะจะนัง  มะมะ อาคัจฉาหิ  ดังนี้เป็นเค้า  ขวัญเจ้าจงเข้ามาในมื้อนี้วันนี้

ข้าจักเว้าภาคพื้นดารา  แต่คราแม่เจ้าตั้งท้อง  เจ้าอยู่ในห้องครรภ์มารดา  ครั้นนานมาได้สิบเดือนล่วงล้ำ  แม่เจ้าซ้ำสะเทือนกายว่าเจ็บปวดท้อง  ฝูงพี่น้องจึงได้แล่นมาหา  ทั้งตายายเพิ่นกะขึ้นมาหล่ำ  แม่เจ้าซ้ำเจ็บอยู่ฮีฮักฮีฮ่อน  นอนแล้วซ้ำผัดลุก  แม่เจ้าเจ็บซีซุกซีเซื่อน  ฮ้องไห้เลื่อนกลิ้งเกลือกไปมา  เหมือนดังชีวาจักขาด  เป็นดังจักมรณาตตายไป  แม่เจ้าทนบ่ได้จึงม้อยไปหน่อยหนึ่ง  เจ้าก็จึงออกจากอุทร  นอนฮ้องไห้อุแว้ ๆ  คันเเม่นเป็นผู้หญิงเจ้ากะสินอนหงาย  คันแม่นเป็นผู้ชายเจ้ากะสินอนคว่ำ   แม่เจ้าซ้ำเป็นบ้าอยู่งมงัว  บางผ่องมือคัวหาสายแห่ บางผ่องแผ่สายบือ  บางผ่องเอามือโจมเจ้าไปล้าง  แล้วยกใส่กระด้งกว้างไปผอกผีพรายไปผายนกเค้า   มันฮ้องว่ากู้หูก กูกเอาขวัญว่า  กู้หูกกู ๆ  ถ้าแม่นลูกสู สูมาเอาสามื้อนี้  ก๋ายมื้อนี้มื้อหน่าแม่นลูกกู  แม่เจ้าจึงเลี้ยงแลดู แม่เจ้าจึงอุ้มชูเจ้าใส่อู่  แม่เจ้าจึงได้อยู่ไฟ ไกวอู่ไปมาอยู่ติ่งต้อน ๆ   แม่นสิฮ้อนส่ำใด๋แม่กะสู้  ทนอุดอู้ลำบากอยู่เป็นเดือน  จึงเคลื่อนย้ายออกจากกองไฟ  อุ้มลูกไปนอนในห้อง เชิญพี่น้องมาฮ่วมซุมแซว 

บัดนี้เจ้าได้เป็นลูกแก้ว  เจ้าพ่อ/เจ้าแม่/บุญเฮือง พ่อ/แม่/ทองเหลืองสีละใหม่หน้า  คนเก่งกล้าแม่นหนุมาน  คนกล้าหาญนั้นแม่นสังคีพ  ให้ฮีบมาคูณมายอเจ้าเด้อ  ให้ฮีบนำขวัญมาอย่าได้พาเที่ยว   พ่อแม่เจ้ายังเหนี่ยววอนหา  ทั้งตายายและปู่ย่า  พากันเอิ้นเอาขวัญ  ว่า เอหิ ขวัญเจ้าจงมา ตาตะ ดูราลูกฮักแม่  อัชชะ ในวันนี้แม่นวันดี วันมีศรีเค้าครื่น เป็นวันลื่นผาบแพ้ศัตรู  หมอฮูฮาว่าเป็นวันโชค  วันหานโศกสัพพะโรคา  ขวัญเจ้าจงมาเจริญศรีสมบัติ  ตราบต่อเท่าชั่วชีวัน  พุ้นเย้อ  ฝนตกเจ้า อย่าไปกินน้ำฮอยกระรอก  แดดออกเจ้าอย่าไปกินน้ำฮอยงัวฮอยควาย  พ่อแม่เจ้ายังขวนขวายเอาใจใส่  ใหญ่มาแล้วพ่อแม่จักสอน  ให่เจ้านอนเจ้าก็นอน  พ่อแม่สอนให้เจ้าฮู้เจ้ากะฮู้  อย่าเสียแฮงแม่เจ้าเลี้ยงนอนแคงเคียงคดขี้คู่  ให้เจ้าฮู้ได้ดูดกินนม คีงเจ้ากลมไผเห็นกะคอยส่อง  ผิวเจ้าผ่องไผเห็นกะอยากแยง  เถิงยามแลงไผกะอยากพ้อหน้า  เถิงฤดูฟ้าฮ่ำฮ้องสังขารปีใหม่มาฮอดแล้ว  เดือนยี่ดอกฮังบาน  ตระการงามช่วงโชติ  มีทั้งดอกแก้วโกฏิยางหลวง  จวงจันทน์ประดู่ ลำดวนดอกแก้ว  บานบ่แล้วแม่นดอกสามปี  บานมีสีแม่นดอกเม็งมาศ  สะพาดพร้อมนานา  แม่จึงชวนบ่าวสาวฮามมาฮ้อย  ยกใส่กระหย่องน้อยเอิ้นเอาขวัญว่า  เอหิ ตาตะ ปิยะ ปุตตะ อาคัจฉาหิ  เจ้าจงมาอยู่ดีในบุรีและปราสาท  เป็นเจ้าอาจพันปี ความชั่วจงหนีคลาดแคล้ว  หายโศกแล้วเทียระฆา  ความเจ็บตาและปวดท้อง  โพยพยาธิข้องอย่าได้มี  นอนหลับดีอยู่ในห้อง  ประเทศท้องที่เฮือนซาน  แปลงสถานใหญ่กว้าง  เชิญปวงญาติมาโฮม  ชื่นชมแซวเสียงม่วน  เจ้าอย่าด่วนนอนใจ  เฮ็ดอันใดให้คิดฮ่ำ  หน่ำ ๆ พร้อมพิจารณา  รักษาศีลถือธรรมอย่าได้ขาด  ตักบาตรพร้อมจังหัน  เถิงวันศีลให้ฮ่ำฮู้  อุตส่าห์สู้หมั่นภาวนา  จัตตาโร  ธัมมา  วุฒิธรรมทั้งสี่ประการ  คืออายุ วัณณะ  สุขะ พะละ  ขอให้อายุยืนยาว วัณณะพราวผิวผ่อง  ผิวเนื้อค่องเหลือหลาย  มีความสุขสบายบ่เศร้า  ตราบต่อเท่าชั่วชีวา  พันวะสาเฮืองฮอด  ญาณยอดแก้วไตรสิกขา  อะโรคาเฮืองฮาบ  ผายผาบแพ้หมู่มายา  สักโกสักกังยังองอาจ  บ่คลาดแคล้วราศี จงอยู่ดีเถิงเถ่า  ตราบต่อเท่านีรพาน  เป็นสถานอันวิเศษ  ด้วยเดชพระรัตนะตรัย   สัพพะพุทธานุภาเวนะ   สัพพะธัมมานุภาเวนะ   สัพพะสังฆานุภาเวนะ  สะทาโสตถี ภะวันตุ เต

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *