สคริปต์การเจรจาทาบทามสู่ขอสาวตามประเพณี

ประเพณีการเจรจาทาบทามสู่ขอสาวแต่ละถิ่นแต่ละชนเผ่าอาจจะไม่เหมือนกัน ส่วนมากการเจรจาทาบทามสู่ขอสาวจะมีขึ้นหลังจากบ่าวสาวคบหาดูใจกันมานานพอสมควรจนทั้งสองฝ่ายแน่ใจว่าคนนี้แหละใช่  ฝ่ายสาวจึงจะนัดหมายให้ฝ่ายชายส่งผู้ใหญ่ไปเจรจาทาบทามสู่ขอ  แต่เพื่อให้การเจรจาทาบทามสู่ขอสาวง่ายกระชับและตกลงกันได้ง่าย  หนุ่มสาวควรปฏิบัติดังนี้

  1. ตกลงกันเรื่องเงินค่าสินสอดทองหมั้นและงานแต่งให้เรียบร้อย 
  2. เจ้าหนุ่มควรไปบอกกับพ่อแม่เจ้าสาวเรื่องค่าสินสอดทองหมั้นและงานแต่งที่ตกลงกันไว้กับลูกสาวของท่านด้วยตัวเอง 
  3. เจ้าหนุ่มกลับไปบอกพ่อแม่ให้ส่งทีมงานผู้ใหญ่ที่มีความสามารถในการเจรจาต่อรองไปเจรจาทาบทามสู่ขอสาวให้ตามประเพณี                  ถ้าหนุ่มสาวละเลยข้อปฏิบัติทั้งสามข้อดังกล่าว  การเจรจาทาบทามสู่ขอสาวตามประเพณีอาจจะยุ่งยากและเหน็ดเหนื่อยด้วยกันทั้งสองฝ่าย  สคริปต์นี้คงพอใช้เป็นแนวทางในการเจรจาทาบทามสู่ขอสาวได้ในระดับหนึ่ง   ปรับใช้ตามเหมาะสมครับพี่น้องครับ

……………………………………………………………………………….

ตัวอย่างที่  1

หนุ่มสาวยังไม่ตกลงกันเรื่องเงินค่าสินสอดทองหมั้น

(งานยาก  บางงานใช้เวลาในการเจรจาเกือบทั้งวัน  เพราะพ่อแม่ฝ่ายสาวเรียกค่าสินสอดแพง  แถมใจจืดใจดำไม่ยอมเสริบอะไรเลยแม้แต่น้ำเปล่า   พ่อครูเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วครั้งหนึ่งตอนไปขอสาวให้ครูหนุ่มในโรงเรียน  เริ่มการเจรจาตั้งแต่  9  โมงเช้า  ตกลงกันได้  4  โมงเย็น ทีมงานขอสาวทั้งเครียดทั้งเหนื่อยและทั้งหิวจนตาลาย)

………………………………………………………………………………

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  พวกท่านพากันมาบ้านนี้มีจุดประสงค์อันใดหรือ?

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย : “ได้ยินมาว่า บ้านนี้มีลูกสาวสวยน่ารัก เป็นที่ถูกตาต้องใจของเจ้าหลานชายของพ่อที่ชื่อนายมหาหิงส์  นารีสนั่น มาก   เขารบเร้าให้พามาสู่ขอลูกสาวของบ้านนี้ที่ชื่อนางสาวบุษบา  บ่าวรุมจอง   ไม่ทราบว่าทางฝ่ายนี้จะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่ประการใด”

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง :   ฝ่ายหญิงยังไม่เห็นดีเห็นงามด้วยหรอกค่ะ  เพราะตามประเพณีของเรานั้นถือว่า  ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเสียและฝ่ายชายเป็นฝ่ายได้ เพราะฉะนั้นฝ่ายชายจะต้องจัดหาค่าสินสอดทองหมั้นมาให้แก่ฝ่ายหญิงตามประเพณีก่อน  แต่กว่าหลานสาวเราจะเรียนจบและมีงานทำพ่อแม่ต้องเสียเงินเป็นล้าน ค่าสินสอดทองหมั้นต้องมาก ๆหน่อยจึงจะเหมาะสมค่ะ 

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  ทราบจากเจ้าหลานชายของเราว่ารักจริงหวังแต่งกับนางสาวบุษบา  บ่าวรุมจอง  ลูกสาวของท่านมานานพอสมควร  ไม่ทราบว่าทางพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเรียกค่าสินสอดทองหมั้นสักเท่าไรครับ 

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  เรายังไม่เคยเห็นลูกสาวของเราพาหลานชายของท่านมาให้ทางบ้านรู้จักแม้แต่ครั้งเดียว  จึงไม่ค่อยไว้วางใจ  เพื่อความปลอดภัยของลูกสาวเราขอเรียกค่าสินสอด 1,000,000 บาท  ส่วนทองหมั้น  10  บาท ค่ะ

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  หลานชายของพ่อทำงานบริษัทยืนยังเซ มหาชนจำกัด ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เป็นเวลากว่า 5  ปีแล้ว   ทราบว่าทั้งสองฝ่ายติดต่อคุยกันทางไลน์เป็นเวลานานพอสมควร   และฝ่ายหญิงนัดหมายให้ฝ่ายชายมาเจรจาสู่ขอกับพ่อแม่ตามประเพณีในวันนี้  ฝ่ายชายรักจริงหวังแต่งแต่เงินน้อยจึงขอต่อรองเท่าที่มีโดยไม่ต้องไปกู้ยืมเงินมาแต่งคือ  ค่าสินสอด  30,000  บาท  ทองหมั้น  1  บาท  ทางฝ่ายหญิงจะเห็นเป็นประการใดครับ

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  โอ้ย ไม่ได้ดอกค่ะ เรามาดค่าลูกสาวคนนี้ไว้หนึ่งล้านบาท  แต่ฝ่ายชายให้เราเพียง  3  หมื่นบาท ไม่รู้ว่ารักจริงหวังแต่งประสาอะไร  แต่เอาเถอะเมื่อฝ่ายชายกล้าต่อรองฝ่ายหญิงก็กล้าลดให้ คือค่าสินสอดเหลือ  9  แสนบาท  ทองหมั้นลดเหลือ  9  บาท  

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  ขอบคุณครับ  แต่ว่าฝ่ายชายยังเอื้อมไม่ถึงอยู่ดี  ฝ่ายชายรักจริงหวังแต่งอย่างแน่นอน  ถ้าฝ่ายหญิงลดให้ ฝ่ายชายขึ้นให้  อีกไม่นานก็คงจะพอดีตกลงกันได้  จึงขอเพิ่มค่าสินสอดให้อีก  1  หมื่นบาทเป็น  4  หมื่นบาท   ส่วนทองหมั้นยังคง  1  บาทเท่าเดิม 

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  ไม่ได้ดอกค่ะ  สมัยนี้เงินทองมีค่าน้อย  เงิน  1  ร้อยบาทไปตลาดซื้อของได้นิดเดียว  ถ้ารักจริงหวังแต่งก็ควรให้ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายหญิงมาดค่าไว้หน่อยสิคะ  แต่เอาเถอะฝ่ายหญิงลดให้อีกก็ได้ คือลดค่าสินสอดเหลือ  8  แสนบาท  ส่วนทองหมั้นลดเหลือ   8  บาท   

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  เงินทองมีค่าน้อยก็จริง  แต่หายากเหลือเกิน  เจ้าหลานชายทำงานโรงงานเงินเดือน  1  หมื่น  5  พันบาท  เหลือเก็บเดือนละ  5  ร้อยบาท  1  ปีมีเงินฝาก  6  พันบาท  5  ปีเก็บเงินได้เพียง  3  หมื่นบาทเท่านั้น    ถ้ารอให้เก็บเงินได้มากเท่าที่ฝ่ายหญิงต้องการ  ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้แต่งงาน ฝ่ายชายเงินน้อยแต่มากด้วยความรักความจริงใจที่จะดูแลรับผิดชอบฝ่ายหญิงไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน  ฝ่ายชายจึงขอเพิ่มค่าสินสินสอดอีก 1  หมื่นเป็น 5  หมื่นบาท  ส่วนทองหมั้น  1  บาทเท่าเดิม  ฝ่ายหญิงตกลงไหมครับ

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  โบราณว่า ค่าสินสอดแพงงานแต่งหรูหรา  ค่าสินสอดถูกเงินไม่พอจ่ายค่าอาหารเลี้ยงแขก  แต่เอาเถอะเราลดให้ก็ได้ว่า  ค่าสินสอดลดเหลือ 7 แสนบาท  ทองหมั้นลดเหลือ  7  บาท  ฝ่ายหญิงใจใหญ่ลดให้ทีละเป็นแสน  แต่ฝ่ายชายใจน้อยเพิ่มให้ทีละหมื่น  อีกเมื่อไหร่จะถึงพอดีกันละคะ

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  จัดงานใหญ่เจ้าภาพได้หน้าพ่อค้าได้เงิน    เงินค่าสินสอด  7  แสนบาท  ทองหมั้น  7  บาท  แพงเกินเอื้อมครับ  ฝ่ายชายเงินน้อยแต่จะเพิ่มค่าสินสอดให้อีก  1  หมื่นเป็น  6  หมื่น  ส่วนทองหมั้น  1  บาทเท่าเดิมครับ 

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :   เราหยุดพักการเจรจาก่อนดีไหมคะ  เพราะเราเห็นต่างกันในเรื่องค่าสินสอดทองหมั้นที่ห่างไกลกันมากเกินไป  ฝ่ายหญิงมาดค่าลูกสาวไว้หนึ่งล้านบาท ลดลงมาเหลือ   7  แสนบาท  แต่ฝ่ายชายเพิ่มให้ทีละ  1  หมื่นเป็น  6  หมื่น  ส่วนทองหมั้น  1  บาทไม่เพิ่มเลย 

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  : ฝ่ายชายไม่เห็นดีด้วยที่จะพักการเจรจา  เพราะความเห็นต่างในเรื่องค่าสินสอดทองหมั้นซึ่งเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ถ้าเราร่วมกันพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล  ไม่นานก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมง  ฝ่ายชายขอเพิ่มค่าสินสอดในรอบนี้  1  หมื่นบาท เป็น  7  หมื่นบาท  ส่วนทองหมั้น  1  บาทเท่าเดิม  ฝ่ายหญิงลดได้อีกเท่าไหร่

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  : ฝ่ายหญิงก็อยากจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงอย่างที่ฝ่ายชายว่าเหมือนกัน จึงยินดีลดเงินค่าสินสอดลงอีกเป็น  6  แสนบาท  ทองหมั้น  6  บาท  

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  ขอบคุณที่มีไมตรีให้  ฝ่ายหญิงลดให้ ฝ่ายชายเพิ่มให้  อีกไม่นานก็คงพอดีกัน  แต่เงินค่าสินสอด  6  แสนบาท  ทองหมั้น  6  บาท สำหรับฝ่ายชายมันมากมายจนสุดจะเอื้อมถึง  ฝ่ายชายก็สู้ขาดใจ  ถึงที่สุดอาจจำเป็นต้องขายนาและกู้เงินดอกเบี้ยมหาโหดมาแต่งก็ต้องยอม   จึงขอเพิ่มค่าสินสอดให้อีก  1  หมื่นบาทเป็น  8  หมื่นบาท  และเพิ่มทองหมั้น 50  สตางค์เป็นทองหมั้น  6  สลึง  

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :   ถ้าฝ่ายชายกู้เงินดอกเบี้ยมหาโหดมาแต่ง  ฝ่ายหญิงก็ไม่กล้ารับเพราะมันจะเป็นภาระของคู่สมรสที่จะต้องวิ่งเต้นหากู้ยืมเงินมาชดใช้หลังงานแต่งและอาจเป็นภาระไปถึงลูกหลานในวันหน้า จึงขอลดให้อีกเป็นครั้งสุดท้ายว่า  เงินค่าสินสอดลดเหลือ  2  แสนบาท  ส่วนทองหมั้นก็ลดเหลือ  2  บาท  ห้ามต่อรองอีก

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  : ฝ่ายหญิงห้ามต่อรองอีกฝ่ายชายก็น้อมรับ แต่ฝ่ายชายจะขอเพิ่มค่าสินสอดให้อีกเป็น  9  หมื่นบาท  ทองหมั้นหกสลึงเท่าเดิม  ฝ่ายหญิงตกลงเถอะนะครับ   ฝ่ายชายหิวข้าวแล้ว 

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  ประเพณีของชนเผ่าเราว่า  การเจรจาสู่ขอสาวไม่สำเร็จ  ห้าม  เสริบอาหาร  ฝ่ายชายหิวฝ่ายหญิงก็หิวเหมือนกัน .. นังหนูไปหาน้ำมาเสริบพ่อใหญ่หน่อยซิจะได้สดชื่นสมองปลอดโปร่งมีเรี่ยวมีแรงในการเจรจา  ว่าไปถึงไหนแล้ว  เออ เงินค่าสินสอด  9  หมื่นบาท  เราก็อยากจะรับแต่ตำแหน่งเลขหน้าไม่สวยเลย จึงขอเพิ่มเงินค่าสินสอดอีก  1  หมื่นบาท  เป็นค่าสินสอด  1  แสนบาท  และขอทองหมั้นให้หลานสาว  2  บาท  เราจะไม่ลดไปกว่านี้อีกแล้ว  

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  ตกลงตามที่ฝ่ายหญิงต้องการครับ  คือเงินค่าสินสอด  1  แสนบาท  ทองหมั้น  2  บาท ส่วนวันเวลาและสถานที่จัดงานค่าจัดเลี้ยงให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด  เมื่อถึงวันงานฝ่ายชายจะยกขบวนขันหมากและค่าสินสอด  1  แสนบาท  กับทองหมั้น  2  บาทมามอบให้ฝ่ายหญิงและร่วมพิธีมงคลสมรสกับนางสาวบุษบา  บ่าวรุมจอง ห้ามเปลี่ยนตัวเจ้าสาวนะครับ  ดังนั้นเมื่อฝ่ายหญิงหาฤกษ์งามยามดีได้แล้วขอให้ส่งข่าว   ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงมีอะไรที่อยากเพิ่มเติมอีกไหมครับ

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  ดิฉันรู้สึกดีใจมากที่การเจรจาต่อรองค่าสินสอดทองหมั้นครั้งนี้ตกลงกันได้ด้วยดีที่ เงินค่าสินสอด  1  แสนบาท  และทองหมั้น  2  บาท  ฝ่ายหญิงขอให้คำมั่นสัญญาว่า

  1. จะแจ้งกำหนดงานและสถานที่จัดงานแต่งงานล่วงหน้าอย่างน้อย  1  เดิอน
  2. จะไม่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวถ้าไม่จำเป็น    เพราะฉะนั้นว่าที่เจ้าบ่าวอย่ามัวแต่ส่งรักมาทางไลน์อย่างเดียว  ต้องหมั่นมาเยี่ยมด้วยตัวเองบ้าง                                            ขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการเจรจาครั้งนี้ หากมีถ้อยคำใดที่ฝ่ายหญิงได้ล่วงเกินฝ่ายชายบ้าง  ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ขออย่าได้ถือโทษโกรธเคืองกันเลยนะคะ  ต่อนี้ไปเราทั้งหมดคือญาติพี่น้องกัน  เรากำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว….เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ และญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายนั่งล้อมวงรอ  ลูกหลานกำลังลำเลียงข้าวปลาอาหารมาบริการค่ะ  

…………………………………………………………………………………………………………….

ตัวอย่างที่  2

หนุ่มสาวตกลงเรื่องสินสอดทองหมั้นและงานแต่งเรียบร้อยแล้ว

(งานง่ายขอแล้วเข้าพิธีแต่งงานเลย)

…………………………………………………………………………………………………………

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  พวกท่านยกขบวนกันมาบ้านนี้มีจุดประสงค์อันใดหรือ?

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย :  ได้ยินมาว่า บ้านนี้มีลูกสาวสวย ยังเป็นโสด  มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นแม่ศรีเรือน    ประกอบกับปีนี้หลานชายของพ่อที่ชื่อเรือโทเข้ม  นารีจอง อายุได้ 27  ปี มีหน้าที่การงานมั่นคง มีความพร้อมที่จะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้แล้ว 

ทราบจากผู้เป็นพ่อแม่ของเรือโทเข้มว่า  เขารักและชอบพอกับ ลูกสาวของบ้านนี้ที่ชื่อนางสาวอรชร  สวยบาดตา  ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมานานหลายปี  กระผมในฐานะผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  เห็นว่าสมควรแก่เวลาที่ทั้งสองจะครองคู่อยู่ด้วยกันได้แล้ว   จึงยกขบวนขันหมากมาทาบทามสู่ขอนางสาวอรชร  สวยบาดตา ตามประเพณี   เพื่อให้ทั้งคู่ได้แต่งงานครองรักครองเรือนสมปรารถนา  และร่วมกันสร้างฐานะครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงต่อไป    พวกเราซึ่งเป็นญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายก็จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน หรือเป็นดองกัน  ไม่ทราบว่าทางฝ่ายนี้จะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่ประการใด”

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง : หากผู้ใหญ่ฝ่ายชายเห็นสมควร ดิฉันก็คงไม่ขัดข้องแต่ประการใด   และยินดียกลูกสาวให้แต่งงานกับหลานชายของท่านด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ  แต่ตามประเพณีของไทยเรานั้น ฝ่ายชายจะต้องจัดหาค่าสินสอดทองหมั้น  ค่าจัดงานแต่งงาน  และหนดวัน เวลา สถานที่จัดงานที่เห็นดีเห็นงามด้วยกันทั้งสองฝ่ายก่อนนะคะ  จึงอยากให้ฝ่ายเจ้าบ่าวเสนอมาก่อน  เราจะพิจารณาร่วมกันค่ะ

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  : เรามาพิจารณาตกลงกันเรื่องเงินค่าสินสอดทองหมั้นก่อนนะครับ  เจ้าหลานชายบอกว่ารักฝ่ายหญิงมากสุดชีวิตแต่มีเงินน้อยนิดเดียว  จึงอยากจะทราบว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงมาดค่าสินสอดลูกสาวคนนี้ไว้เท่าไร  ถ้ามากไปก็จะได้ต่อ  ถ้าน้อยไปกะจะได้เพิ่ม

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  สมัยนี้เงินทองมีค่าน้อย  เงินร้อยบาทไปตลาดซื้อของได้ไม่พอกิน  ยิ่งงานแต่งงานต้องเชิญเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาร่วมงานเยอะ  ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินก็แยะ เพราะต้องจัดเลี้ยงตามประเพณีที่บ้านในตอนเช้า  และจัดเลี้ยงโต๊ะจีนในตอนกลางคืนอีกด้วย  จึงมีข้อเสนอฝ่ายชาย  2  ข้อคือ  

  1.  ถ้าฝ่ายชายเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด  ค่าสินสอดเรียก  20,000  บาทก็พอ  ส่วนทองหมั้นเพื่อประกันความมั่นคงของลูกสาวขอเรียก  2  บาท  ราคานี้ห้ามต่อแต่ตื่ม(เพิ่ม)ได้ค่ะ 

    2.  ถ้าให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมดขอเรียก                 300,000  บาทขาดตัว  ส่วนทองหมั้นเพื่อประกันความมั่นคงของลูกสาว           ขอเรียก  2  บาทเท่าเดิม   ราคานี้ห้ามต่อแต่เติมได้เช่นเดียวกันค่ะ

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย….สมัยนี้เงินค่าสินสอดทองหมั้น  ค่าจัดงาน  กำหนดวันเวลาและสถานที่จัดงาน มักเป็นเรื่องที่หนุ่มสาวเขาตกลงกันเองทั้งสิ้น  เพราะพวกเขาเป็นผู้ทำงานหาเงินทองมาแต่งกันเอง  ส่วนผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมักเป็นเพียงสักขีพยาน ผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมแสดงความยินดีและผู้ร่วมอวยพรให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการครองรักครองเรือนเท่านั้น 

ก่อนจะยกขบวนขันหมากออกจากบ้านมา  เจ้าหลานชายมากระซิบกระซาบว่า  เขาได้ตกลงกับว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้วว่า  เงินค่าสินสอด  30,000  บาท  ทองหมั้น  3  บาท  ค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมด  ฝ่ายชายเป็นคนจ่าย  ไม่ทราบว่าคุณแม่ฝ่ายหญิงจะเห็นดีเห็นงามกับข้อตกลงของหนุ่มสาวทั้งสองหรือไม่ประการใดครับ

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง….ดิฉันก็ได้ทราบเรื่องนี้จากลูกสาวแล้วเหมือนกัน  ที่ดิฉันมาดค่าลูกสาวเท่านั้นเท่านี้  มีข้อ  1  ข้อ  2  ให้ฝ่ายชายได้เจรจาต่อรองก็เพียงเพื่อลองใจฝ่ายชายว่ารักและจริงใจต่อลูกสาวของดิฉันมากแค่ไหน  เมื่อได้เห็นความตั้งใจของว่าที่ลูกเขยและญาติพี่น้องฝ่ายว่าที่ลูกเขยแล้ว   ผู้เป็นแม่อย่างดิฉันจึงรู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่จะได้ลูกเขยที่เป็นคนดีมาดูแลรับผิดชอบลูกสาวของดิฉัน  ส่วนค่าสินสอดทองหมั้นดิฉันขอเท่าที่มีและน้ำใจที่จะให้ค่ะ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายที่ท่านนายพลคุณพ่อของลูกสาวของดิฉัน  ท่านเสียก่อนที่จะได้เห็นและชื่นชมลูกสาวของเราได้แต่งงานกับคนดีที่เธอรัก  ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน  เขาคือเรือโทเข้ม นายทหารหนุ่มคนที่พ่อเคยเอ็นดูรักใคร่และอยากได้เป็นลูกเขยนั้นเอง  ส่วนวันเวลาและสถานที่จัดงานพวกเขาก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วเช่นกัน คือแต่งวันนี้และเวลาต่อจากนี้  ส่วนเวลากลางคืนจัดเลี้ยงที่สโมสรทหารเรือค่ะ  สรุปคือ  ดิฉันเห็นดีเห็นงามกับลูกสาวและว่าที่ลูกเขยของดิฉันทุกประการ 

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย…ตามประเพณีของไทยเรานั้น  เมื่อการเจรจาสู่ขอสาวสำเร็จ  ฝ่ายเจ้าสาวจะต้องเลี้ยงฉลอง  ไม่ทราบว่าฝ่ายเจ้าสาวได้เตรียมข้าวปลาอาหารรวมทั้งเหล้ายาปลาปิ้งไว้พร้อมที่จะเลี้ยงฉลองหรือยัง  ฝ่ายเจ้าบ่าวหิวข้าวแล้วครับ

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง…ดิฉันทราบค่ะ  แต่ให้ใจเย็น ๆ ทนหิวอีกนิดนะคะ เพราะเรายังมีพิธีหมั้นและพิธีสู่ขวัญคู่บ่าวสาวขวางกั้นอยู่ค่ะ    ดิฉันจึงขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่คู่บ่าวสาวก่อนนะคะ   ทนหิวอีกนิดค่ะ   เรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมพิธีค่ะ

(เสร็จพิธี)

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง….วันนี้ทางฝ่ายเราได้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับทุกท่านอย่างเต็มที่ค่ะ  ขบวนขันหมากฝ่ายชายอยู่ร่วมงานกันทั้งภาคกลางวันและภาคกลางคืนนะคะ  บางทีงานแต่งครั้งนี้อาจจะไม่ใช่งานแรก  เพราะอาจจะมีงานแต่งระหว่างเราอีกหลายงาน เนื่องจากหนุ่มสาวทั้งสองฝ่ายที่เป็นโสดยังมีอีกตั้งหลายสิบคนค่ะ  อาจจะมีที่ถูกตาต้องใจกันหลายคู่ก็ได้ เรียนเชิญทุกท่านหาที่นั่งเหมาะ ๆ รอรับเสริบอาหารอย่างเดียวค่ะ  

……………………………………………………………………………….

ตัวอย่างที่  3

หนุ่มสาวตกลงกันเรื่องเงินค่าสินสอดทองหมั้นแล้ว

(งานง่าย  ได้กินอาหารไว)

…………………………………………………………………………………..

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  พวกท่านพากันมาบ้านเรามีจุดประสงค์อันใดหรือ?

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย : มาขอลูกสาวของคนบ้านนี้ไปเป็นลูกสะใภ้ตามที่หนุ่มสาวเขานัดหมายกันไว้แล้ว   ไม่ทราบว่าทางฝ่ายนี้จะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่ประการใด”

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง :  ทางเราไม่ขัดข้อง    ปลูกเรือนก็ต้องตามใจผู้อยู่  ผูกอู่ก็ต้องตามใจผู้นอน    

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :   ไม่ทราบว่าทางพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเรียกค่าสินสอดทองหมั้นสักเท่าไร 

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  เอาตามที่หนุ่มสาวเขาตกลงกันไว้นั่นแหละเพราะพวกเขาเป็นฝ่ายหาเงินหาทองมาแต่งกันเอง  หลานสาวเราแจ้งว่า  เงินค่าสินสอด  90,000  บาท  ทองหมั้น  1  บาท  ทางฝ่ายชายมีความเห็นเป็นประการใด  จะต่อหรือจะตื่มดีคะ

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  ทางฝ่ายเราเห็นว่าที่หนุ่มสาวตกลงกันไว้นั้นอาจจะยังไม่เหมาะสมนัก  พ่อแม่ฝ่ายชายเห็นว่าเงินค่าสินสอด  90,000  บาทนั้นเหมาะสมแล้ว แต่จะตื่มทองหมั้นให้ว่าที่ลูกสะใภ้อีก  1  บาทเป็น  2  บาท   ทางฝ่ายนี้จะเห็นเป็นประการใด

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่มีน้ำใจให้ลูกสาวของเรา   เนื่องจากงานแต่งจัดที่บ้านเจ้าสาว มีค่าใช้จ่ายเยอะอยู่ ไม่ทราบว่าฝ่ายชายจะมีความคิดเห็นเป็นประการใด

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  : พ่อแม่ฝ่ายชายแจ้งว่า  ยินดีช่วยค่าจัดงาน  20,000  บาท  ไม่ทราบว่าทางพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเห็นเป็นประการใด

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  ขอขอบพระคุณที่มีน้ำใจช่วยค่าจัดงานตั้ง  20,000  บาท  ฝ่ายหญิงจะจัดงานแต่งให้อย่างเหมาะสม  ส่วนวันเวลาจัดงานแล้วแต่หนุ่มสาวเขาสะดวกวันไหนเพราะพวกเขายังทำงานทั้งคู่  พวกเขาว่าวันไหนเวลาใดงานแต่งจะเอาอย่างไรก็เอาตามนั้น  ทางฝ่ายชายมีความเห็นเป็นประการใด

ผู้ใหญ่ฝ่ายชาย  :  รับทราบและยินดีทำตามที่ฝ่ายหญิงเสนอมาทุกประการ   สรุปว่าการเจรจาสู่ขอสาวครั้งนี้สำเร็จแล้ว    อีกไม่นานเราก็คงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ที่สำคัญหลานชายของเรากับหลานสาวของท่านจะได้แต่งงานกัน ได้เริ่มต้นชีวิตคู่และสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงมีลูกมีหลานไว้สืบหน่อแทนแนวต่อไป  จึงรู้สึกดีใจ อบอุ่น และขอบคุณฝ่ายหญิงเป็นอย่างยิ่งที่มีน้ำใจไมตรีให้

ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง  :  ขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการเจรจาครั้งนี้ หากมีถ้อยคำใดที่ฝ่ายหญิงได้ล่วงเกินฝ่ายชายบ้าง  ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ขอได้โปรดให้อภัยด้วยนะคะ  รู้สึกดีใจมากที่จะได้ลูกเขย ได้เป็นญาติพี่น้องทองแผ่นเดียวกันกับฝ่ายชาย  และหวังว่าเมื่อถึงวันงานแต่ง บ้านน้อยหลังนี้จะได้รับเกียรติต้อนรับทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ….เรียนเชิญแขกผู้มีเกียรติ และญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายนั่งล้อมวงรอ  ลูกหลานกำลังลำเลียงข้าวปลาอาหารมาบริการค่ะ 

 

จบบริบูรณ์  

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *