บุญ/บาป/การชนไก่/นรก/สวรรค์/(พุทธ คริสต์ อิสลาม)

ข้าพเจ้านำเอาคำสอนของศาสนาพุทธ คริสต์และอิสลามมาเปรียบเทียบกันในเรื่องบุญ บาป การชนไก่ นรก และสวรรค์  พร้อมด้วยมุมมองความคิดเห็นส่วนตัวนำเสนอเพื่อประเทืองปัญญาของแฟนเว็บที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม ผิดพลาดขออภัย ผิดใจขอโทษนะครับ

1.  บุญคืออะไร?

พจนานุกรมไทย…บุญคือการทำดีตามหลักคำสอนในศาสนา

พุทธ……บุญคือผลแห่งการทำดี

คริสต์…..บุญคือการบรรลุถึงความครบถ้วนแห่งกฎหมายอันชอบธรรมที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมสำหรับมนุษย์

อิสลาม….บุญคือสิ่งที่มีความสำคัญทางจริยธรรมต่อจิตใจ

 2.  บาปคืออะไร ?  

พจนานุกรมไทย….บาปคือการทำผิดหลักคำสอนหรือข้อห้ามในศาสนา

พุทธ…บาปคือใจที่เศร้าหมองเพราะถูกความอยากครอบงำ / บาปคือการกระทำที่ละเมิดกฏแห่งกรรม หรือการกระทำละเมิดข้อห้ามและไม่ทำตามข้ออนุญาตที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถูกต้องดีงามแล้ว ชอบแล้วและเหมาะสมแล้วในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสัตว์

คริสต์…บาปคือการกระทำที่ขัดกับมาตรฐานของพระเจ้า หรือการพลาดไปจากมาตรฐานที่ดีเยี่ยมของพระเจ้า  หรือการไม่บรรลุถึงความครบถ้วนแห่งกฎหมายอันชอบธรรมที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมสำหรับมนุษย์

อิสลาม…บาปคือการละเมิดคำสอนในศาสนา

3.  การฆ่าสัตว์เป็นบาปหรือไม่?

พุทธ…การฆ่าสัตว์เป็นบาปเพราะขาดเมตตาคือความรัก  ฆ่าสัตว์แล้วใจจะเศร้าหมองและเป็นทุกข์ซึ่งเรียกว่าบาปในชาตินี้  พอตายปั๊บวิญญาณจะต้องไปสู่แดนแห่งการทรมาณคือนรก  จะถูกทรมาณมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบาปที่ทำไว้  เช่น  ฆ่าสัตว์ที่มีคุณต่อเราบาปมากกว่าฆ่าสัตว์ทั่วไป  ฆ่าสัตว์ทั่วไปบาปน้อยกว่าฆ่าสัตว์ที่มีโทษ ฆ่าสัตว์ใหญ่บาปมากกว่าฆ่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย  ฆ่าสัตว์ที่มีเจ้าของหวงแหนทั้งบาปทั้งได้รับโทษตามกฎหมาย เป็นต้น

คริสต์…การฆ่าสัตว์ไม่บาปเพราะพระเจ้าสร้างสรรพสัตว์และสรรพสิ่งเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์อยู่แล้ว

อิสลาม…การฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารไม่บาป / การฆ่าคนมุสลิมที่ละทิ้งศาสนาของตนไม่บาป  / การฆ่าคนศาสนาอื่นที่รังแกคนมุสลิมไม่บาป

4. การชนไก่เป็นบาปหรือไม่?

พุทธ…..การชนไก่เป็นบาปเพราะขาดเมตตา

คริสต์…การชนไก่ไม่บาป  เพราะพระเจ้าสร้างสรรพสัตว์และสรรพสิ่งเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์อยู่แล้ว

อิสลาม…การชนไก่ไม่บาป แม้แต่การฆ่าไก่ก็ไม่บาปเพราะไก่เป็นอาหารของมนุษย์

5.  นรกคืออะไร?

พจนานุกรมไทย….นรกคือแดนแห่งการทรมาณผู้ทำบาปหลังความตาย

พุทธ…นรกคือใจที่เป็นทุกข์เพราะถูกความอยากครอบงำ(ธัมมาธิษฐาน)  / นรกคือแดนแห่งการทรมาณผู้ทำบาปหลังความตาย(ปุคคลาธิษฐาน)

คริสต์…นรกคือแดนคนตายหรือหลุมฝังศพ

อิสลาม…นรกคือสถานที่สำหรับการลงโทษที่อัลลอฮได้จัดเตรียมไว้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา

6. สวรรค์คืออะไร?

พจนานุกรมไทย….สวรรค์คือโลกของเทวดาหรือเมืองฟ้า

พุทธ…สวรรค์คือใจที่เปี่ยมสุข / สวรรค์คือวิมานของเทวดาและนางฟ้า

คริสต์…สวรรค์คือห้วงเวลานิรันดรแห่งความรักระหว่างเรากับบรรดาทูตสวรรค์ นักบุญและพระเจ้า

อิสลาม…สวรรค์คือดินแดนแห่งความสุขสบายไร้ซึ่งสิ่งไร้สาระ  เป็นดินแดนที่อัลลอฮนั้นได้สร้างมาเพื่อให้บรรดามุสลิมที่ศรัทธาต่อพระองค์และศรัทธาต่อศาสนาอิสลามของพระองค์ ซึ่งเป็นความปรารถนาของมุสลิมทุกคน

7. จะไปสวรรค์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

พุทธ…ให้ทาน รักษาศีลและปฏิบัติธรรม  ขยายความว่า

1.ให้ทาน หมายถึง

1.1 การบริจาคปัจจัยสี่ตามกำลังทรัพย์และกำลังศรัทธาได้แก่ ให้อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคแก่พระสงฆ์  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือแบ่งปันทรัพย์และสิ่งของแก่ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน คนยากจนและสาธารณกุศลต่าง ๆ

1.2 การให้อภัยในความผิดพลาดบกพร่องของคนอื่น

2.  รักษาศีล หมายถึงการรักษากายกับวาจาให้สุภาพเรียบร้อยด้วยการ ไม่ฆ่าสัตว์  ไม่ลักทรัพย์  ไม่ประพฤติผิดในกาม  ไม่พูดโกหกหลอกลวง  และไม่เสพของมึนเมา

3. ปฏิบัติธรรม  หมายถึงการทำใจให้สงบและบริสุทธิ์ผ่องใส

คริสต์…..เราจะพบแผ่นดินสวรรค์ในวันที่เรารับเอาพระเยซูคริสต์เจ้าเข้ามาในจิตใจโดยที่ไม่ต้องทำอะไรอื่นอีกเลย(คาธอลิก)

อิสลาม….ทำตามคำสอนในศาสนาอิสลามข้อใดข้อหนึ่งเช่น  ไม่ตั้งภาคีกับพระเจ้า  ละหมาดเป็นประจำ  สร้างมัสญิดหนึ่งหลัง รักษาความสะอาดปากและอวัยวะเพศ เดินทางแสวงหาความรู้ กล่าวสรรเสริญพระเจ้า ไม่ยะโสโอหัง ไม่คดโกง ไม่มีหนี้ เผยแผ่ศาสนาอิสลาม ท่องบ่นพระคัมภีร์ เป็นต้น

พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ในโลกนี้มีความจริงอยู่  2  อย่างคือ

  1. สมมุตติสัจจะ แปลว่าความจริงโดยการสมมุติเช่น  บุญ  บาป  ความดี ความชั่ว ความสวย  ความหล่อ   เป็นต้น ขออธิบายเพิ่มเติมเพื่อความกระจ่างว่า บุญและบาปเป็นความจริงโดยการสมมุติ  ยกตัวอย่างเช่น การเสพเมถุน(ภาษากฎหมายว่า  การกระทำมิดีมิร้าย) ถ้าพระเสพเมถุนถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง  เป็นบาปหนักต้องอาบัติปาราชิกและต้องขาดจากความเป็นพระ ตายไปตกนรก  แต่ชาวบ้านเสพเมถุนถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่บาป และไม่ขาดจากความเป็นคน ถ้าหมั่นทำบุญเอาไว้บ้าง เมื่อถึงคราตาย วิญญาณจะได้ไปเกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าบนสวรรค์ซึ่งมีการเสพกามสนุกสนานครึกครื้นม่วนชื่นโฮแซวยิ่งกว่าโลกมนุษย์หลายร้อยเท่า    ถ้าการเสพเมถุนเป็นบาปจริงทั้งพระทั้งโยมจะต้องเป็นบาปและตกนรกเหมือนกัน  ถ้าการเสพเมถุนเป็นบุญจริงทั้งพระทั้งโยมจะต้องได้บุญ และได้ขึ้นสวรรค์เหมือนกัน  
  2. ปรมัตถสัจจะ  แปลว่าความจริงโดยปรมัตถ์  หรือความจริงที่แท้จริง ขออธิบายเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจง่ายว่า  ความจริงชนิดนี้เป็นความจริงตามสภาพที่มันเป็นเช่น  น้ำเป็นของเปียกของเย็น  พระอาบหรือโยมอาบก็ต้องเปียกและเย็นเหมือนกัน   ไฟเป็นของร้อน  พระจับหรือโยมจับก็ต้องร้อนเหมือนกัน

การชนไก่เป็นบาปหรือไม่  ท่านจะเชื่ออย่างไรก็สุดแท้แต่จะเห็นสมควร  เพราะแต่ละศาสนามีความเห็นในเรื่องนี้แตกต่างกัน  ดีที่สุดคือเชื่อตามคำสอนในศาสนาที่ตนนับถือ  แต่ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเขื่อคำสอนของศาสนาใดดีก็ให้คิดพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจึงตัดสินใจเชื่อ

ข้าพเจ้าเป็นชาวพุทธ มีความเชื่อว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ  ถ้าใจผ่องใสเป็นสุขเพราะไม่มีกิเลสตัณหาครอบงำนั่นคือสวรรค์ แต่ถ้าใจเศร้าหมองเป็นทุกข์เพราะถูกกิเลสตัณหาครอบงำนั่นคือนรก  กาลครั้งหนึ่งข้าพเจ้าไปทำบุญที่วัดถูกหลวงตาเรียกไปตักเตือนให้เลิกเลี้ยงไก่ชน  โดยให้เหตุผลว่าการเลี้ยงไก่ชนเป็นบาป เพราะเป็นการทรมาณสัตว์  คนที่ใจคอโหดเหี้ยมเท่านั้นจึงทำได้  คนที่เลี้ยงไก่ชนตายไปจะต้องตกนรกห้าร้อยปี พ้นจากนรกแล้วต้องมาเกิดเป็นเปรตมีลักษณะตัวเป็นคนหัวเป็นไก่  พอถึงวันพระเวลากลางคืนต้องต่อสู้จิกตีกันเองตามวัดร้างเสียงดังตุบตับ ๆ  เป็นเวลาห้าร้อยปี  ข้าพเจ้าอดหัวเราะในใจไม่ได้แต่ก็รับฟังด้วยดี ไม่เคยโต้แย้งหรือชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น  เพียงแต่อดคิดไม่ได้ว่า

1.  การเลี้ยงไก่ชนเป็นอาชีพที่สุจริตไม่ผิดศีลธรรม และไม่ผิดกฎหมายของบ้านเมือง  ปัจจุบันมีคนเพาะเลี้ยงไก่ชนส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ไก่ชนขายได้ราคาแพงกว่าไก่พื้นเมืองหลายเท่า ขนาดลูกไก่อายุเพียงสามเดือนบางซุ้มบางฟาร์มเขายังขายได้คู่ละ  3,000  ถึง  10,000  บาท หลวงตาควรจะตักเตือนข้าพเจ้าว่าการเลี้ยงไก่ชนไม่เป็นบาป แต่การเอาไก่ไปชนกันเป็นบาป เพราะการเอาไก่ชนกันเป็นการทรมาณสัตว์ผิดหลักธรรมคือขาดเมตตานะโยม

2.  การเอาไก่ชนกันน่าจะบาปน้อยกว่าการฆ่าไก่ชน  เพราะการเอาไก่ไปชนกันนั้นมันเป็นความสมัครใจของไก่เองที่จะต่อสู้  ถ้าเห็นว่าไก่เราสู้ไก่เขาไม่ได้เราก็ขอยกไก่ยอมแพ้  หรือไก่ยอมแพ้เองก็ไม่ว่ากัน หรือไก่ไม่สู้เจ้าของไก่ก็บังคับมันไม่ได้ ต้องอุ้มมันกลับไปเลี้ยงไว้เป็นพ่อพันธุ์ หรือขายเป็นไก่แกง หรือฆ่าแกงกินบ้าง แบ่งเพื่อนบ้านไปกินบ้าง ต้มแกงนำไปถวายพระบ้าง เพื่อแบ่งบุญเฉลี่ยบาปให้กับผู้ที่กินไก่ด้วยกัน

3. พระเทศน์ว่า  สัตว์ทุกตัวรักชีวิตและกลัวตาย  การทรมาณและการฆ่าพวกเขาจึงเป็นบาป  การฆ่าไก่ชนผิดศีลข้อที่  1  คือ ปาณาติปาตา  เวรมณี  สิกขาปะทัง  สมาทิยามิ  แปลว่า  พึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์  การเอาไก่ชนตีกันจึงไม่ผิดศีลเพราะไม่ได้ฆ่าไก่

4.  ถ้าเอาไก่ชนกันเป็นบาปต้องตกนรกห้าร้อยปีและต้องมาเกิดเป็นเปรตหัวเป็นไก่ตีกันดังตุบตับ ๆ ทุกคืนวันพระอีกห้าร้อยปี  การเอาสัตว์ชนิดอื่นมาต่อสู้กันก็ต้องตกนรกห้าร้อยปีและต้องมาเกิดเป็นเปรตหัวเป็นสัตว์ชนิดนั้น ๆ ตบตีกันดังตุบตับ ๆ ทุกคืนวันพระอีกห้าร้อยปีเช่นเดียวกัน

5.  การฆ่าไก่ชนหรือการฆ่าสัตว์อื่นทุกชนิดผิดทั้งศีลและธรรมจะต้องได้รับโทษมากกว่าการนำสัตว์เหล่านั้นมาชนกันหรือต่อสู้กันอย่างแน่นอน  ส่วนผู้ที่กินเนื้อสัตว์เหล่านั้นก็ต้องได้รับโทษเท่ากับผู้ฆ่าหรือมากกว่า  เพราะในทางกฎหมายถือว่าผู้ฆ่า ผู้ซื้อ ผู้กิน ผู้จำหน่ายจ่ายแจกเป็นผู้มีส่วนร่วมในการฆ่าและต้องได้รับโทษเท่ากัน  เพราะถ้าไม่มีคนซื้อเนื้อสัตว์มากินคนฆ่าสัตว์และคนหาสัตว์มาขายก็จะเลิกอาชีพเหล่านั้นไปเองโดยอัตโนมัติ

6..   ถ้ากีฬาชนไก่เป็นบาป ผู้มีส่วนร่วมในการจัดให้มีการชนไก่ทุกฝ่าย ตั้งแต่นายสนามไก่  กรรมการ เจ้าของไก่ มือน้ำ ผู้เล่น ผู้ชม ผู้เชียร์ ต้องตกนรกห้าร้อยปีและเป็นเปรตจิกตีกันดังตุบตับ ๆ ทุกคืนวันพระเป็นเวลาห้าร้อยปี   เพราะถือว่าทุกฝ่ายเป็นผู้มีส่วนร่วมให้เกิดรายการชนไก่ขึ้น

กีฬาชกมวยก็ต้องเป็นการทรมาณคนเพราะเอาคนมาชกกัน  ผู้ที่จ้างนักมวยมาชกกันบนเวทีรวมทั้งเจ้าของค่ายมวย กรรมการ สปอนเซ่อร์ เจ้าของสถานีถ่ายทอดการชกมวย ท่านผู้ชมรายการถ่ายทอดมวย รวมทั้งองค์กรการกุศลที่รับเงินจากการจัดมวยชก ก็ต้องเป็นบาปตกนรกห้าร้อยปีและเป็นเปรตชกกันดังตุบตับ ๆ ทุกค่ำคืนวันพระเป็นเวลาห้าร้อยปีเช่นเดียวกัน  เพราะถือว่าทุกฝ่ายเป็นผู้มีส่วนร่วมให้เกิดรายการชกมวยขึ้น

7.  มนุษย์ทุกคนรวมทั้งสัตว์กินเนื้อทุกชนิดบนโลกนี้  ถ้าไม่ฆ่าสัตว์กินเองก็ต้องกินเนื้อสัตว์ซึ่งถือว่าทั้งผู้ฆ่าและผู้กินเป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำให้สัตว์ตาย ยกเว้นสัตว์ที่กินซากเช่นอีแร้ง    จึงต้องพากันตกนรกห้าร้อยปีและกลายเป็นเปรตหัวขาดอีกห้าร้อยปีโดยทั่วกัน  คงจะไม่มีใครหรือสัตว์กินเนื้อตัวใดได้ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์อย่างแน่นอน

ผู้ที่จะได้ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์จะมีเพียงสัตว์กินหญ้าเช่นช้าง ม้า วัว ควาย เป็นต้น  และสัตว์กินซากเช่นอีแร้งเท่านั้น    

8. ถ้าชีวิตเลือกได้ไก่คงไม่ยอมให้คนเอามาตีกัน  คนเราก็คงไม่ยินยอมรับเงินค่าจ้างมาชกกัน  มนุษย์เงินเดือนและมนุษย์รับจ้างก็จะหมดไปจากโลกนี้โดยสิ้นเชิง  โลกก็จะหยุดการพัฒนา  แต่โลกมนุษย์ไม่อาจเป็นอย่างนั้นได้  เพราะทุกชีวิตที่เกิดมาล้วนมีความจำเป็นและข้อจำกัดของตัวเองที่แตกต่างกัน

9. หลายวัดมีฝูงลิง หมา แมว ไก่ชนและไก่ป่าเป็นจำนวนมากที่ชาวบ้านนำมาปล่อยไว้ที่วัด  พระเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ไว้ด้วยความเมตตาสงสาร  แต่ไม่เคยได้ยินพระเทศน์ว่าเป็นบาป  ดังนั้นถ้าเราเลี้ยงไก่ชนบ้างก็คงจะไม่บาปเช่นเดียวกัน

10.  ถ้าเราเห็นไก่ตีกันแล้วไม่ห้ามปรามจับแยกเราก็จะบาปเพราะขาดเมตตาธรรม และถ้าเราเอาไก่ไปตีกันเราก็บาปเพราะขาดเมตตาธรรมเช่นเดียวกัน  แต่คงจะบาปน้อยกว่าผู้ฆ่าไก่และผู้กินไก่อย่างแน่นอน

11. ผู้กินเนื้อสัตว์ที่ไม่อยากร่วมรับบาปด้วยให้ความเห็นว่า  ไม่มีศีลข้อใดที่ห้ามกินเนื้อสัตว์ และไม่มีธรรมข้อใดที่บ่งชี้ว่าการกินเนื้อสัตว์เป็นบาป การกินเนื้อสัตว์จึงไม่ผิดศีลธรรม เอาเหตุผลใดมากล่าวหาผู้กินเนื้อสัตว์ว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด เป็นพวกเดียวกันกับผู้ฆ่าสัตว์และเป็นบาปเท่ากันกับผู้ฆ่าสัตว์

12.  ผู้แบ่งบาปอธิบายว่า  ถึงไม่มีศีลข้อใดห้ามกินเนื้อสัตว์และไม่มีธรรมข้อใดบ่งชี้ว่าการกินเนื้อสัตว์เป็นบาป  แต่การกินเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะซื้อมาหรือได้มาโดยประการใด ล้วนบ่งบอกว่าเป็นการสนับสนุนหรือสมรู้ร่วมคิดให้มีการฆ่าสัตว์จึงต้องเป็นบาปเท่ากันกับผู้ฆ่าสัตว์ เพราะถ้าไม่มีคนซื้อเนื้อสัตว์ไปทำกินก็คงไม่มีผู้ฆ่าสัตว์เอาเนื้อมาขายและสัตว์ก็คงไม่ตาย  สัตว์ตายเพราะคนสองพวกคือพวกฆ่าสัตว์และพวกกินเนื้อสัตว์  จึงต้องรับบาปโดยเท่าเทียมกัน

อุปมาเหมือนการรับซื้อของโจร  ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิดและได้รับโทษเท่ากันกับโจร   เพราะถ้าไม่มีผู้สนับสนุนซื้อทรัพย์ที่โจรนำมาขาย  โจรก็คงจะไม่ไปขโมยหรือปล้นเจ้าทรัพย์  ทรัพย์หายไปเพราะคนสามจำพวกคือพวกโจร พวกรับซื้อของโจร  และพวกรับทรัพย์จากโจร  ทั้งสามพวกต้องได้รับโทษโดยเท่าเทียมกัน  จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นกับการปล้นหรือการขโมยทรัพย์มาล้วนฟังไม่ขึ้นและศาลไม่รับฟัง

มหาบุญหนัก  ยืนยังเซ อธิบายว่า ….. บุญและบาปเป็นสิ่งเดียวกัน  บุญมากเรียกว่าบุญ  แต่ถ้าบุญน้อยเราก็เรียกว่าบาป  ยกตัวอย่างพระเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวโยมถือว่าเป็นสิริมงคลซึ่งก็คือบุญ  แต่ถ้าโยมเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวพระบ้างถือว่าเป็นบาป ตายไปต้องตกนรก  ทั้ง ๆ ที่ไม้จุ่มน้ำเคาะก็อันเดียวกัน เคาะหัวหนักเบาเท่า ๆ กัน ต่างกันที่คนเคาะและคนถูกเคาะสลับที่กันเท่านั้น  ถ้าการเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวกันเป็นบุญพระเคาะหรือโยมเคาะก็ต้องได้บุญเหมือนกัน  และถ้าการเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวกันเป็นบาป  พระเคาะหรือโยมเคาะก็ต้องเป็นบาปและตกนรกเหมือนกัน  ดังนั้นบุญและบาปจึงเป็นสิ่งเดียวกันต่างกันที่การสมมุติเท่านั้น

มหาบุญถึง  ยืนยันหลัก  แย้งว่า ….บุญและบาปไม่ใช่สิ่งเดียวกันแน่นอน  บุญก็คือบุญ  ส่วนบาปก็คือบาป  ที่ยกตัวอย่างว่าพระเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวโยมถือว่าเป็นสิริมงคลซึ่งก็คือบุญนั้น  ก็เพราะโยมยินยอมพร้อมใจให้เคาะด้วยความเชื่อว่า ถ้าพระเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวให้จะเกิดสิริมงคลซึ่งก็คือได้บุญนั่นเอง  ส่วนที่โยมเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวพระบ้างกลับเป็นบาปและตกนรกก็เพราะพระไม่ยินยอมให้เคาะ   การเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวให้กันจะเป็นบุญหรือบาปขึ้นอยู่กับเจตนาของบุคคลทั้งสองฝ่าย  ในทางกลับกันถ้าพระยินยอมให้โยมเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวให้ด้วยความเชื่อว่าจะเกิดสิริมงคลคือได้บุญ  โยมจะเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวพระกี่ครั้งก็ย่อมได้บุญ   แต่ถ้าพระเอาไม้จุ่มน้ำเคาะหัวโยมโดยที่โยมไม่ยินยอม พระต้องเป็นบาปและตกนรกเช่นเดียวกัน  ดังนั้นบุญและบาปจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกันอย่างที่ท่านมหาบุญหนัก  ยืนยังเซ อธิบาย

มหาบุญหนัก  ยืนยังเซ   ยืนยันว่า ….. บุญและบาปเป็นสิ่งเดียวกัน  บาปน้อยเรียกว่าบุญ  แต่ถ้าบุญน้อยเราก็เรียกว่าบาป ที่ยกตัวอย่างครั้งแรกนั้นอาจฟังดูคลุมเคลือทำให้มหาบุญถึง  ยืนยันหลัก  ยกเหตุผลมาหักล้างได้  จึงขอยกตัวอย่างที่แจ่มแจ้งชัดเจนกว่าว่า

  1.  บุญและบาปเป็นสิ่งเดียวกัน เช่นเดียวกับความเย็นและความร้อน  ถ้าร้อนน้อยเรียกว่าเย็น  ถ้าร้อนมากเรียกว่าร้อน เช่นอุณหภูมิ  20  องศา  คนไทยบอกว่าเย็น  ฝรั่งบอกว่าร้อน  ทั้ง ๆ ที่อุณหภูมิ  20  องศาเท่ากัน  ต่างกันที่ความรู้สึกของไทยกับฝรั่งเท่านั้น
  2. การฆ่าสัตว์ พุทธสอนว่าบาป  คริสต์กับอิสลามสอนว่าไม่บาป  ทั้ง ๆ ที่เป็นการฆ่าสัตว์เหมือนกันแต่ความเห็นและความเชื่อไม่เหมือนกัน  ความจริงที่แท้จริงในเรื่องบุญและบาปจึงน่าจะอยู่ที่ความเชื่อหรือความรู้สึกของคนที่แตกต่างกันเหมือนความรู้สึกของคนไทยกับฝรั่งในเรื่องความเย็นกับความร้อนนั่นเอง

มหาบุญถึง  ยืนยันหลัก  ยืนยันว่า บุญและบาปไม่ใช่สิ่งเดียวกัน  บุญก็คือบุญ  ส่วนบาปก็คือบาป  ที่ยกตัวอย่างว่า อุณหภูมิ  20  องศา ฝรั่งบอกว่าเย็น คนไทยบอกว่าร้อน เป็นการสมมุติที่ใกล้เคียงกันเกินไปทำให้มองไม่เห็นข้อแตกต่าง   แต่ถ้าสมมุติอุณหภูมิที่ 100 องศาไม่ว่าฝรั่งหรือคนไทยก็จะรู้สึกตรงกันว่าร้อน  ถ้าอุณหภูมิติดลบ 100  องศาไม่ว่าคนชาติไหนก็จะรู้สึกตรงกันว่าเย็น  ดังนั้นร้อนกับเย็นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและมิใช่สิ่งเดียวกัน จึงสรุปเหมือนเดิมว่า บุญคือบุญส่วนบาปก็คือบาป

ที่ยกตัวอย่างเรื่องการฆ่าสัตว์ พุทธสอนว่าบาป คริสต์และอิสลามสอนว่าไม่บาปแล้วสรุปว่าบุญและบาปเป็นสิ่งเดียวกัน ต่างกันที่ความรู้สึกและความเห็นนั้น  ขอแย้งว่าถ้าจะเอาความรู้สึกมาตัดสินเรื่องการฆ่าสัตว์ว่าเป็นบาปหรือไม่คงไม่ใช่แน่นอน  เพราะถ้าเอาเรื่องนี้ไปถามความรู้สึกของคนที่ชอบกินเนื้อพวกเขาก็คงตอบว่าไม่บาป  ถามผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์และอิสลามก็จะได้คำตอบว่าไม่บาป ถ้าถามผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งเช์่อตามที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมว่า กฎแห่งกรรมมีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีใครเป็นเจ้าของกฎแห่งกรรม  พระองค์เป็นเพียงผู้รู้ ผู้เห็นแล้วนำมาบอกเท่านั้น เช่นไฟเป็นของร้อนใครสัมผัสมันเข้าก็จะร้อนเหมือนกัน การฆ่าสัตว์เป็นบาปคนใดฆ่าสัตว์ คนนั้นก็บาป  ใครทำกรรมอันใดไว้ก็ต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น ไม่มีใครหนีพ้นกฎแห่งกรรมได้

บางเรื่องความจริงกับความเชื่อก็อยู่ตรงข้ามกัน  การฆ่าสัตว์เป็นบาปจริงหรือไม่ ให้เชื่อตามคำสอนในศาสนาที่ตนนับถือไปพลางก่อน  พยายามเรียนรู้และพิจารณาโดยถ่องแท้ก็จะรู้แจ้งเห็นจริงเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง  แต่บุญและบาปไม่ใช่สิ่งเดียวกันแน่นอน

มหาหิงส์  นารีสนั่น  นั่งฟังสองมหาเถียงกันโดยไม่ยอมลงสักที จึงลุกขึ้นยืนอภิปรายบ้างว่า…  ตอนเย็นวันหนึ่งขณะพ่อตากำลังนั่งจักตอกอยู่หน้าบ้าน  เขาสั่งให้ลูกสาวไปตามลูกเขยปากบอนนอนตื่นสายมารับการอบรม  พอลูกเขยมาถึงก็นั่งลงยกมือไหว้พ่อตาแล้วพูดขึ้นดัง ๆ ว่า

ลูกเขย……พ่อ ๆ  ผมได้กลิ่นอะไรไม่รู้ เหม็นตุ ๆ เหมือนกลิ่นตด  ไม่รู้ว่าหมาตัวไหนตด

พ่อตา…..ไอ้ทิด มึงก็พูดเกินไป นั่งอยู่นี่ไม่มีหมาซักตัว มีมึงกับกูเพียงสองคนเท่านั้น  ถ้ามึงไม่ตดก็กูตดซิวะ

พอมหาหิงส์เล่าจบ ทั้งสามมหาหัวเราะลั่นขึ้นพร้อมกันแล้วแยกย้ายกันกลับไปช่วยเมียโม้แป้งที่บ้านเช่นเคย

 

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *