วิวาทะระบอบเผด็จการดีกว่าระบอบประชาธิปไตย

วิวาทะหมายถึงการถกเถียงด้วยการยกเหตุผลมาหักล้างกัน  ข้าพเจ้านำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าที่ได้ยินได้เห็นได้สัมผัสและมุมมองทั้งสองฝ่ายในสื่อต่าง ๆ มาเขียนหักล้างกัน  แล้วนำเสนอเพื่อประเทืองปัญญาของพี่น้องแฟนเว็บที่คลิกเข้ามาเยี่ยมชมเท่านั้น ผิดพลาดขออภัยผิดใจขอโทษครับ

หัวหน้าฝ่ายเสนอ…การปกครองระบอบเผด็จการย่อมดีกว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอนถ้าได้คนดีมีความสามารถสูง มีวิสัยทัศน์กว้างมองไกล ทำงานเป็นเห็นปัญหาแก้ถูกจุดพูดโน้มน้าวเก่งเป็นผู้นำ  เพราะจะทำให้บ้านเมืองพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งและยั่งยืน  ส่วนการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นจะเป็นแบบว่าเสียงส่วนใหญ่ลากไป  ถ้านักการเมืองส่วนใหญ่ที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นคนดีไม่พอ ความสามารถไม่ถึง วิสัยทัศน์บ้าน ๆ  พวกเขาก็จะลากเสียงส่วนน้อยที่เป็นคนเก่งดีมีวิสัยทัศน์กว้างมองไกลไปด้วย  ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองเสียหายล่มจม  ยกตัวอย่างมีโจร 100  คน มีพระ  10  รูปลงมติในหัวข้อว่า ไปปล้นดีกว่า  จะยกมือกี่ครั้งหัวข้อที่นำเสนอว่า ไปปล้นดีกว่าก็จะชนะทุกครั้ง  พระซึ่งถือได้ว่าเป็นคนดีแต่เป็นเสียงส่วนน้อยก็ต้องไปร่วมปล้นกับโจรซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ด้วยทุกครั้ง

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า  การปกครองระบอบเผด็จการย่อมดีกว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

หัวหน้าฝ่ายค้าน…การปกครองระบอบประชาธิปไตยกินได้ พึ่งพาอาศัยได้เหมือนไม้ผลยืนต้น  หากประชาชนหมั่นดูแลรักษาป้องกันไม่ยอมให้ใครมาตัดมาโค่น ปล่อยให้เจริญเติบโตถึง 20 -30 ปีขึ้นไปจะเริ่มให้ร่มเงา ให้ความร่มรื่น ให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และให้ดอกผลกินได้ขายเลี้ยงชีวิตได้ชั่วลูกชั่วหลาน  หากตัดโค่นบ่อยไม่ปล่อยให้เจริญเติบโตจะแคระแกร็น ไม่มีร่มเงาให้อาศัย และไม่ผลิดอกออกผลให้เราได้กิน ส่วนการปกครองระบอบเผด็จการนั้นพึ่งพาอาศัยได้เหมือนศาลเจ้า  ต้องเซ่นไหว้ด้วยหัวหมู และบนบานให้ช่วยคุ้มครองบอกหวยบอกเบอร์  หากทำไม่ถูกใจท่านจะได้รับโทษทัณฑ์ต่าง ๆ นานา

ระบอบเผด็จการเป็นการปกครองแบบเสียงส่วนน้อยลากไป ถ้าผู้นำว่าอย่างไรเสียงส่วนใหญ่ก็ต้องว่าตาม การปฏิวัติเปลี่ยนระบอบการปกครองแต่ละครั้งในบ้านเมืองของเราเท่าที่ผ่านมา หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารจะดำเนินการกำจัดคณะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยด้วยการไล่ล่านำมาเข้าคุกด้วยข้อหาฉ้อโกงโน่นนี่นั่นนู้น จับได้ไล่ทันตายในคุก ต้องหลบลี้หนีภัยไปอยู่ต่างประเทศ  และกำจัดผู้ที่เห็นต่างอย่างโหดเหี้ยมเช่น ล้อมกราดยิงสังหารหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยฟ้าสีทองผ่องอำไพ กราดยิงประชาชนที่เดินขบวนต่อต้าน ฆ่าแขวนคอนักศึกษาใต้ต้นมะขาม อุ้มหาย ซ้อมทรมาณจนตาย ศาลเผด็จการสั่งจำคุกด้วยข้อหาตามแต่จะนึกได้ ฝ่ายตัวเองทำผิดลืมขัง ฝ่ายตรงข้ามทำไม่ถูกใจขังลืม  คดีที่ฝ่ายตัวเองทำผิดกลับปล่อยให้หมดอายุความเช่นคดี ปรส.เสียหายถึงแปดแสนล้านบาท บางเรื่องไม่รับฟ้อง เช่นเรือไม่เหาะ ไม้ชี้ผี อุทยานดอกท้อ โรงพักเสาตอม่อ ประกันราคาข้าว กล้ายาง ถนนปลอดฝุ่น เป็นต้น   กระบวนการประชาธิปไตยของเราถูกทำลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ค้าขายลำบาก คนยากจนมีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น รวยกระจุก จนกระจาย  ท่านปรมาจารย์สุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เขียนเป็นคำกลอนสอนใจไว้อย่างน่าฟังว่า

มีอำนาจวาสนาวาจาสิทธิ์

ทำอะไรก็ไม่ผิดเพราะฤทธิ์ขลัง

ถึงพูดผิดกำหมัดซัดลงปัง

กลายเป็นพูดถูกจังไปทั้งเพ

การปกครองระบอบเผด็จการนั้นใช้หลักกูเป็นใหญ่  ระบบการตรวจสอบจะพิกลพิการและเป็นง่อยไปหมด เพราะเผด็จการยึดอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปหมดแล้วและใช้อำนาจทั้งสามคือ ออกกฎหมายเอง บริหารเอง  และตัดสินคดีเอง ประชาชนจึงไม่มีใครกล้าหือเพราะกลัวติดคุก ถูกซ้อมถูกทรมาณถูกประหารชีวิต   ที่ฝ่ายเสนอยกตัวอย่างเรื่องโจร 100  คน กับพระ  10  รูปลงมติในหัวข้อที่นำเสนอว่า ไปปล้นดีกว่านั้น ในทางกลับกันสมมุติว่ามีพระ  100  รูปมีโจร 10  คนลงมติในหัวข้อที่นำเสนอว่า ไปปล้นดีกว่า ขอรับรองว่าจะยกมือกี่ครั้งข้อเสนอว่า ไปปล้นดีกว่า ก็จะชนะทุกครั้ง  พระก็ต้องไปร่วมปล้นกับโจรด้วยทุกครั้งเหมือนเดิม เพราะ

  1. ข้อเสนอว่า  ไปปล้นดีกว่า  ต้องเป็นข้อเสนอของพวกโจรที่ยึดวัดได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วจึงเรียกประชุมสงฆ์เพื่อให้พิจารณาลงมติอย่างแน่นอน เพราะโดยข้อเท็จจริงคงไม่มีพระรูปใดเสนอหัวข้อที่ขัดแย้งกับศีลธรรมอย่างนั้น  ที่พวกโจรเสนอหัวข้อว่า  ไปปล้นดีกว่า  ให้พระลงมติด้วยก็เพียงเพื่อจะหลอกฆ่าพระที่กระด้างกระเดื่องยกมือเห็นต่างเท่านั้นเอง
  2. คงไม่มีพระรูปใดที่โง่ถึงขั้นยอมตายยกมือสวนทางปืนของโจรอย่างแน่นอน  อย่างมากพระก็คงทำได้เพียงงดออกเสียง  และก็ต้องไปปล้นด้วยกันตามเสียงส่วนใหญ่เหมือนเดิม  เพราะถึงแม้โจรมีเพียง  10  คนก็จริง  แต่โจรยกมือโหวดทั้ง  10  คนจึงมี  10  คะแนน ย่อมจะชนะพระ  100  รูปที่ได้ 0  คะแนน เพราะงดออกเสียงด้วยความกลัวตายเป็นธรรมดา
  3. ถึงแม้พระจะยกมือคัดค้านทั้ง  100  รูป ก็ไม่มีทางชนะพวกโจร  10  คนได้อยู่ดี  เพราะพวกโจรก็จะมีข้ออ้างว่า  100  เสียงของพระมือเปล่าไม่มีคุณภาพ สู้  10  เสียงของพวกโจรที่มีปืนไม่ได้  พระรูปใดไม่ยอมรับมติของพวกโจรมีโทษถูกแขวนคอ หรือยิงเป้า แล้วแต่โจรจะตัดสิน พระจึงต้องไปปล้นกับพวกโจรเหมือนเดิม

การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นจะออกกฎหมายและใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมตามหลักสากล ประชาชนพึ่งพาได้อย่างเสมอหน้าเท่าเทียม ส่วนการปกครองในระบอบเผด็จการจะออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรวดเร็ว  ปีเดียวออกกฎหมายถึง  300  ฉบับเพื่อบีบบังคับประชาชนถึง  300  เรื่อง  เช่นออกกฎหมายให้มีผลย้อนหลัง  ออกกฎหมายเพื่อแก้แค้น ออกกฎหมายเพื่อใช้บังคับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ออกกฎหมายให้มีบทลงโทษรุนแรงเช่นจำคุก 1,000  ปี ประหารชีวิต  7  ชั่วโคตร  ไม่มีการสืบสวนสอบสวนคนที่ผูกคอตายเองในคุกโดยมีกระดูกซี่โครงหักตับแตก ใส้ทะลัก เป็นต้น ออกกฎหมายพิสดาร ออกกฎหมายอภินิหาร ออกกฎหมายดึกดำบรรพ์  ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองและพวกพ้องว่าทำอะไรก็ไม่ผิดทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต เป็นต้น  ศาลในระบอบประชาธิปไตยจะตัดสินคดีอย่างเที่ยงตรงและยุติธรรมตามหลักสากล  ประชาชนพึ่งพาได้เสมอหน้าเท่าเทียม  ส่วนศาลในระบอบเผด็จการมักจะตัดสินคดีเอียงไปเอียงมาตามธงที่ตั้งไว้ เช่น  ตัดสินคดีอย่างมวยปล้ำ  ตัดสินคดีโดยการตีความตามพจนานุกรม ตัดสินคดีโดยการตีความอย่างอภินิหาร  เป็นต้น พึ่งพาได้เฉพาะลิ่วล้อบริวารของเผด็จการเท่านั้น

ดังนั้นหัวข้อที่ฝ่ายเสนอยกมาว่า การปกครองระบอบเผด็จการย่อมดีกว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นจึงไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง

ผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอ….ที่หัวหน้าฝ่ายค้านกล่าวหาว่า  การปกครองในระบอบเผด็จการเป็นการปกครองแบบเสียงส่วนน้อยลากไปนั้นไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง  ความจริงก็คือว่าประเทศมีผู้นำที่เข้มแข็ง นำพาประชาชนทั้งประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนทุกคนในชาติร่วมกันอยู่แล้ว  ถึงแม้ไม่มีฝ่ายค้านแต่การตรวจสอบถ่วงดุลย์จากองค์กรอิสระก็ยังมีเหมือนเดิม ทุกองค์กรทำหน้าที่ของตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม การพัฒนาประเทศจึงเดินหน้าไปได้ด้วยดี  หลายประเทศที่เป็นเผด็จการประสบความสำเร็จในการสร้างชาติพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วเช่น ประเทศจีน และเวียตนาม เป็นต้น

ส่วนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นจะมีปัญหามากยากที่จะแก้ไขเช่น ไม่มีเอกภาพ เจ๊กลากไป ไทยลากมา ผู้นำประเทศไม่เข้มแข็ง ไม่กล้าตัดสินใจ  กล้า ๆ กลัว ๆ ทำอะไรจึงติดขัดไปหมด  เพราะหลังเลือกตั้งฝ่ายค้านมักจะกลายเป็นฝ่ายแค้น  มีพฤติกรรมขี้แพ้ชวนตี ก่อความวุ่นวายในสภา ไร้ระเบียบ  ไม่มีวินัย  ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องโกหก โชว์หลักฐานเท็จ ชี้หน้าด่าทอฝ่ายรัฐบาล  แย่งเก้าอี้ประธานสภา ปาแฟ้มใส่คณะบริหาร กล่าวหารัฐบาลทำความผิดโน้นนี่นั่น โกหกคำโต สร้างวาทกรรม สร้างกระแส ยิงกระสุนสีม่วง ปลุกระดม จ้างมวลชนออกมาเดินขบวนขับไล่รัฐบาล ปิดล้อมรัฐสภา ยึดสนามบินและสถานที่ราชการ เป็นต้น จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลและข้าราชการทำงานไม่ได้  การพัฒนาประเทศต้องหยุดชะงักลง ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความลำบากเดือดร้อนโดยทั่วหน้ากัน  มีหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยของเราที่เจอปัญหาในลักษณะนี้

ส่วนที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า การออกกฎหมายของฝ่ายเผด็จการไม่เป็นไปตามหลักสากลนั้น  ขอเรียนชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน ความจริงก็คือว่าฝ่ายเผด็จการจะออกกฎหมายได้รวดเร็วเหมาะสมและทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้ดีกว่าฝ่ายประชาธิปไตยซึ่งทำงานช้างุ่มง่าม  กว่าจะผ่านกฎหมายแต่ละฉบับทะเลาะทุ่มเถียงด่าพ่อล่อแม่กันนานนับเดือนนับปี กฎหมายบางฉบับ  4 ปีหมดสมัยยังไม่เสร็จ  เปรียบเสมือนเต่าขาหักเป็นโรคลมชัก  เดินไปก็ชักมา โอกาสถึงจุดหมายปลายทางลางเลือนริบหรี่  และไม่มีโอกาสได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงเหมือนฝ่ายเผด็จการเป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน

ที่หัวหน้าฝ่ายค้านกล่าวหาว่า  ศาลในระบอบเผด็จการมักจะตัดสินคดีเอียงไปเอียงมาตามธงที่ตั้งไว้ เช่น  ตัดสินคดีอย่างมวยปล้ำ  ตัดสินคดีโดยการตีความตามพจนานุกรม ตัดสินคดีโดยการตีความอย่างอภินิหาร  เป็นต้น ประชาชนพึ่งพาได้เฉพาะลิ่วล้อบริวารเผด็จการเท่านั้น  ขอเรียนชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง  ฝ่ายค้านมะโนกันไปเองทั้งสิ้น  ดุลย์พินิจของศาลซื่อสัตย์สุจริตเที่ยงตรงและยุติธรรมเสมอมาและเสมอไปไม่สิ้นสุดไม่ว่าประเทศจะปกครองในระบอบเผด็จการหรือประชาธิปไตย  ประชาชนพึ่งพาได้เสมอหน้าเท่าเทียม  แต่ก็อาจจะมีผิดพลาดบ้างเพราะผู้พิพากษาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและไม่มีหูทิพย์ตาทิพย์พอที่จะรู้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยได้  การตัดสินคดีจึงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากยึดตามหลักฐานของโจทก์และจำเลยที่นำมาชั่งน้ำหนักหักล้างกัน  ฝ่ายชนะก็ดีใจและยกย่องชมเชยว่าศาลตัดสินถูกต้องยุติธรรม  ส่วนฝ่ายแพ้ก็เสียใจและกล่าวหาว่าศาลลำเอียงเป็นธรรมดา  ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงทั้งสิ้น  ปรมาจารย์สุนทรภู่กล่าวไว้เป็นคำกลอนสอนใจว่า

โทษคนอื่น  มองเห็น  เป็นภูเขา

โทษของเรา  มองไม่เห็น  เท่าเส้นขน

ตดคนอื่น  เหม็นเบื่อ  เราเหลือทน

ตดของตน  ถึงเหม็น  ไม่เป็นไร

สรุปว่า  การปกครองในระบอบเผด็จการทำให้ประเทศชาติมั่นคง  ประชาชนมั่งยั่งยืนและมีความสุขได้ดีกว่าและเร็วกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

ผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน….ที่หัวหน้าฝ่ายค้านอภิปรายนั้นถูกต้องชัดเจนที่สุดแล้ว ขออภิปรายเพิ่มเติมสักเล็กน้อยเพื่อแก้ข้อกล่าวหาของผู้สนับสนุนฝ่ายเสนอที่อภิปรายว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นไปในลักษณะไม่มีเอกภาพ ตกอยู่ในสภาพเจ๊กลากไป ไทยลากมา ผู้นำประเทศมักจะไม่เข้มแข็งพอ ไม่กล้าตัดสินใจ  กล้า ๆ กลัว ๆ ทำอะไรติดขัดไปหมด  เพราะหลังเลือกตั้งฝ่ายค้านมักจะกลายเป็นฝ่ายแค้น ก่อความวุ่นวายในสภา จ้างชาวบ้านเดินขบวนขับไล่รัฐบาลจนทำงานไม่ได้  ทำให้การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อนเป็นต้นนั้น ขอเรียนชี้แจงความจริงเบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องนี้ให้ทราบโดยทั่วกันว่า

การปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่มีการปฏิวัติรัฐประหารบ่อย ๆ นั้น  รัฐบาลต้องตกอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญกับดักที่ร่างโดยคณะปฏิวัติรัฐประหาร  จะไม่มีอิสระในการบริหารประเทศ  ไม่สามารถนำนโยบายของพรรคที่เสนอต่อพี่น้องประชาชนตอนหาเสียงมาปฏิบัติได้  อำนาจในการบริหารประเทศขึ้นอยู่กับองค์กรอิสระที่คณะปฏิวัติรัฐประหารตั้งขึ้นมาเป็นผู้กำหนดและตัดสินชี้ขาดให้การทำงานของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาผิดหรือถูกก็ได้  รวมทั้งตัดสินให้คณะรัฐมนตรีมีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาได้ทุกเรื่องเป็นต้น  รัฐบาลจึงมีสภาพเหมือนเต่าขาหักเป็นโรคลมชักเหมือนที่ฝ่ายเสนออภิปราย  ก็ใครเล่าที่ทำให้เป็นอย่างนั้น  คำตอบคือคณะปฏิวัติรัฐประหารผู้ร่างรัฐธรรมนูญกับดัก กฎหมายลูกหมกเม็ด ศาลเอียง  ผู้พิพากษาตั้งธง และองค์กรอิสระสั่งได้นั่นเอง

ถ้าฝ่ายที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาลเป็นพวกเดียวกันกับองค์กรอิสระซึ่งจะทำอะไรก็ไม่ผิด ถ้าพวกเขาเป็นคนดีมีความรู้ความสามารถ ไม่โกง ไม่คอรัปชั่น ก็จะบริหารประเทศได้สะดวกและจะพัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็วและนำประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้เช่นเดียวกัน เพราะต่างประเทศทั่วโลกจะให้ความเชื่อถือและให้การยอมรับ  แต่ความหวังจากรัฐบาลที่ทำอะไรก็ไม่ผิดเท่าที่ผ่านมาดูเหมือนจะเลือนลางห่างไกลเหมือนเอาหนังสติ๊กยิงอีแร้งอยู่บนฟ้า  ปวงประชาได้รับความเดือดร้อนโดยทั่วหน้ากันทุกที

แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่องค์กรอิสระไม่ปลื้ม  รัฐบาลจะไม่กล้าทำอะไรจนกลายเป็นรัฐบาลเป็ดง่อย  ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม เพราะกลัวถูกตีความว่าผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายและติดคุก  การพัฒนาประเทศจะหยุดชะงัก  ประชาชนจะได้รับความลำบากเดือดร้อนโดยทั่วหน้ากัน

ยิ่งถ้าฝ่ายค้านทำตัวเป็นฝ่ายแค้นร่วมมือกับองค์กรอิสระจะทำให้รัฐบาลเป็นเต่าขาหักเป็นโรคลมชักทันที  ประเทศจะกลายเป็นรัฐพันลึก กล่าวคือเป็นรัฐซ้อนรัฐ รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนจะไม่กล้าทำอะไร เพราะมีรัฐบาลเผด็จการที่ซ่อนอยู่ค้ำคอไว้  ทำได้เพียงเข้าไปนั่งหายใจเล่นในรัฐสภาเพื่อรอการเลือกตั้งสมัยต่อไป  ประเทศจะถูกบริหารโดยข้าราชการประจำ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า

การปกครองในระบอบประชาธิปไตยในประทศของเราจะได้ผลประชาชนมั่งคั่งยั่งยืนและเป็นสุขโดยทั่วหน้ากันเหมือนประเทศศิวิไลทั้งหลายก็ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญและกฎกติกาของบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มใบเท่านั้น

สรุป  ญัตติที่นำเสนอว่า  การปกครองในระบอบเผด็จดีกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน

หัวหน้าฝ่ายค้าน(กล่าวสรุป) ไม่มีระบอบการปกครองไหนดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกประเทศในโลก  แต่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเลวน้อยที่สุดกว่าการปกครองระบอบอื่นเท่าที่มนุษย์ชาติคิดได้ในปัจจุบัน เพราะมีการแบ่งอำนาจ  3  ฝ่ายเพื่อคานอำนาจกันเองไว้อย่างชัดเจนกล่าวคือ

1.  อำนาจนิติบัญญัติ  คืออำนาจในการออกกฎหมาย  เป็นอำนาจและหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศ

2. อำนาจบริหาร  คืออำนาจในการบริหารประเทศ  เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศ

3.  อำนาจตุลาการ  คืออำนาจในการพิจารณาตัดสินคดีความต่าง ๆ  เป็นอำนาจและหน้าที่ของศาลสถิตยุติธรรม

การปฏิวัติรัฐประหารนำระบอบเผด็จการมาใช้นั้นสุดแสนจะอันตราย เพราะสถาปนาตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัติ ควบคุมและใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสามแต่เพียงผู้เดียวกล่าวคือ

  1.  ใช้อำนาจนิติบัญญัติด้วยการออกกฎหมายเอง เช่นออกกฎหมายพิสดารให้มีผลย้อนหลังเพื่อไล่ล่าเอาผิดกับคนบางกลุ่ม ออกกฎหมายเพื่อตบทรัพย์ชาวบ้าน ออกกฎหมายพวกกูทำอะไรก็ไม่ผิด เป็นต้น
  2. ใช้อำนาจบริหารด้วยการทำอะไรก็ได้ตามใจชอบตามบทบัญญํติแห่งรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นนิรโทษกรรมตัวเองไว้ล่วงหน้า  ทำอะไรก็ไม่ผิดทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต  ใครไม่ใช่พวกตนต้องตามฆ่าให้ตาย  เช่นระบอบเผด็จการเกาหลีเหนือส่งทีมไล่ฆ่าพี่ชายต่างมารดาถึงประเทศมาเลเซียอย่างที่เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก  เงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมากมักจะสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย  เพราะไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์ ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนเสียโอกาสในทุกเรื่อง เศรษฐกิจฝืดเคือง  การค้าการลงทุนชะงักงัน  รวยกระจุกเฉพาะผู้มีอำนาจ  จนกระจายทั่วประเทศ
  3. ใช้อำนาจตุลาการ ด้วยการควบคุมสั่งการให้ศาลตัดสินคดีเอียงไปเอียงมาตามธงที่ตั้งไว้  จะเอาใครเข้าคุก ขังลืม  แขวนคอ อุ้มฆ่า หรือประหารชีวิตใคร ๆ ก็ทำได้ทั้งนั้น  ประชาชนที่เห็นต่างอยู่กันอย่างหวาดผวา

ถ้าเลือกระบอบการปกครองของตนเองได้  เชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่รวมทั้งฝ่ายที่นำเสนอญัตติว่าระบอบเผด็จการดีกว่าระบอบประชาธิปไตยจะต้องเลือกการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยสี่ปีได้ภูมิใจครั้งหนึ่งที่ได้เปลี่ยนประเทศ ได้เลือกรัฐบาลที่จะมาปกครองเราด้วยมือของเราเอง ได้ใช้อำนาจอธิปไตยของเราอย่างเต็มที่   แม้การปกครองระบอบประชาธิปไตยจะมีปัญหามากมายแต่สามารถแก้ไขได้ด้วยกระบวนการของมันเอง  กระบวนการประชาธิปไตยทุกอย่างประชาชนเราคิดวิเคราะห์และตัดสินใจเองได้ตั้งนานแล้ว  บางคนเป็นถึงครูอาจารย์ของคณะปฏิวัติ เป็นครูอาจารย์สอนประชาธิปไตยในโรงเรียนในหมู่บ้านและชุมชนมาร่วมร้อยรุ่น จึงไม่ต้องมีคนมาคิดและตัดสินใจแทนอีกต่อไป  เพราะเท่าที่ผ่านมาพวกเผด็จการมักจะคิดและตัดสินใจไปคนละทางกับความคิดของประชาชนส่วนใหญ่  ซึ่งถ้าผู้นำกองทัพไม่ปฏิวัติรัฐประหารทำลายกระบวการประชาธิปไตยไล่ล่ารัฐบาลของประชาชนและผู้มีจิตวิญญาณเป็นประชาธิปไตย ปล่อยให้รัฐบาลในระบอบประธิปไตยได้บริหารประเทศไปตามปกติเหมือนประเทศศิวิไลย์อื่น ๆ  ป่านนี้บ้านเมืองของเราเจริญรุ่งเรืองศิวิไลย์ และประชาชนมั่งคั่งไปนานแล้ว

แต่ถ้าเลือกระบอบการปกครองของตนเองไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม  ประชาชนอย่างเราก็อยากจะได้ระบอบเผด็จการที่ผู้นำเป็นคนดีมีน้ำใจ กล้าเสียสละประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่มีอคติเพราะรักโลภโกรธหลง มีความรักความห่วงใยและปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมชาติเสมือนหนึ่งญาติพี่น้องของตนเอง ไม่รังแกนักประชาธิปไตยและไม่ไล่ล่าคนที่เห็นต่าง มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญมั่นคง มั่งคั่งร่ำรวย โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง เหมือนประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน

การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น กินได้ พึ่งพาอาศัยได้เหมือนไม้ผลยืนต้น  หากประชาชนหมั่นดูแลรักษารดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยและปล่อยให้เจริญเติบโตถึง 20 -30 ปีขึ้นไปจะให้ร่มเงา ให้ความร่มรื่น ให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และให้ดอกผลกินได้ขายเลี้ยงชีวิตได้ชั่วลูกชั่วหลาน   ส่วนการปกครองระบอบเผด็จการนั้นพึ่งพาอาศัยได้เหมือนศาลเจ้า  ต้องเซ่นไหว้ด้วยหัวหมู และบนบานให้ช่วยคุ้มครองบอกหวยบอกเบอร์  หากทำไม่ถูกใจท่านจะได้รับโทษทัณฑ์ต่าง ๆ นานา

สรุป การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นทั่วโลกยอมรับ ซื้อง่ายขายคล่อง   รวยกระจายทั้งเบื้องล่างและเบื้องบน  ประชาชนมีเสรีภาพ มีความสุขสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ ส่วนการปกครองระบอบเผด็จการในปัจจุบันนั้น ประเทศศิวิไลยทั่วโลกเขาไม่ยอมรับ บอยคอตสินค้า   รวยกระจุกเฉพาะผู้มีอำนาจ จนกระจายไปทั่วประเทศ   บังคับใช้กฎหมายไร้มาตรฐาน ประชาชนยากจน ถูกกดขี่  ไม่มีความสุข ไร้เสรีภาพในการใช้ชีวิต ถูกปิดกั้นไม่ให้แสดงความคิดเห็น  เป็นต้น

ดังนั้น ญัตติที่ฝ่ายเสนอยกมาอภิปรายว่า การปกครองระบอบเผด็จการดีกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นจึงไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง

หัวหน้าฝ่ายเสนอ(กล่าวสรุป)   ไม่มีระบอบการปกครองไหนดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับทุกประเทศในโลก  เพราะบริบทความเหมาะสมและความชอบของประชาชนในแต่ละประเทศแตกต่างกัน  บางประเทศประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยเพราะมีสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน  4  ปีได้มีโอกาสเลือกตั้งครั้งหนึ่ง  เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ไม่มีความสามารถ ขี้โกง ตอแหล ไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้  ซึ่งมีทั้งประเทศที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวมากพอ ๆ กันในโลกปัจจุบัน   แต่บางประเทศประชาชนส่วนใหญ่ชื่นชอบการปกครองแบบเผด็จการ เพราะมีความเชื่อว่าการปกครองในระบอบเผด็จการจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข คอรัปชั่นน้อยหรือแทบจะไม่มีการคอรัปชั่นเลย  ซึ่งจะทำให้เงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดนำไปสู่การพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว เช่น  ประชาชนในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนชื่นชอบการปกครองในระบอบเผด็จการ  เริ่มจากระบอบเผด็จการกษัตริย์มาเป็นระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์  ปัจจุบันประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ได้นำประเทศจีนไปสู่ความเป็นมหาอำนาจของโลก ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งยั่งยืนทัดเทียมกับประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเต็มใบอย่างประเทศอังกฤษ อเมริกา เป็นต้น

การปกครองในระบอบประชาธิไตยในประเทศของเรามีอายุถึง  85  ปีแล้ว  แต่ประเทศของเรายังย่ำอยู่กับที่  บางครั้งเป็นเผด็จการ  บางคราวเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบบ้างเต็มใบบ้าง   แทบทุกประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมักจะมีปัญหามากมายคล้ายกัน  จนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารเป็นระบอบเผด็จการเช่น

  1.  นักการเมืองรวมหัวกับข้าราชการประจำบางพวกบางกลุ่มทุจริตคอรัปชั่น  ทำให้บ้านเมืองเสียหายประเทศชาติเสียโอกาสในการพัฒนา  เงินงบประมาณแต่ละโครงการถูกหักหัวคิวจนเหลือนำไปพัฒนาประเทศเพียงครึ่งเดียว  นักการเมืองบางคนผลักดันงบประมาณไปสร้างถนนในที่ดินของตนเองเช่นถนนควายเดิน บางรัฐบาลรวมโครงการทั้งประเทศมาไว้ที่กระทรวงเพื่อความสะดวกของรัฐมนตรีในการเรียกเก็บเงินค่าหัวคิว  40  เปอร์เซ็นของทุกโครงการ เช่น โรงพักตอม่อ ถนนปลอดฝุ่น  เป็นต้น ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบทุกทางจึงต้องลำบากยากจน
  2. นักการเมืองแทรกแซงการทำงานของข้าราชการประจำ ทำให้ข้าราชการที่ต้องการยศตำแหน่งต้องวิ่งเต้นเข้าหานักการเมือง ต้องแข่งขันกันจ่ายเงินค่าตำแหน่งเป็นจำนวนเงินก้อนโต  และต้องเอาใจนักการเมือง ทำเพื่อนักการเมือง ปล่อยปละละเลยหน้าที่หลักคือบริการประชาชน  ทำให้เกิดความระส่ำระสายในหมู่ข้าราชการซึ่งเป็นตัวจักรหรือฟันเฟืองในการพัฒนาประเทศ
  3. นักการเมืองเสียค่าใช้จ่ายในการลงสมัครรับเลือกตั้งมาก  ต้องทุ่มเททรัพย์สินเงินทองเป็นจำนวนมาก  คนที่รวยแล้วก็ไม่ค่อยมีปัญหา  ส่วนคนที่กู้มารวยมีปัญหามาก  พอลงเล่นการเมือง  วิญญาณประชาธิปไตยมักจะเข้าสิงร่าง  จึงทำให้ผู้ลงเล่นการเมืองทุกคนทุ่มเททรัพย์สินเงินทองเพื่อหวังชัยชนะ บางคนหมดเนื้อหมดตัวต้องเอาบ้านและที่ดินไปจำนองเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการหาเสียงหาคะแนนสู้กัน   สุดท้ายทั้งผู้ชนะและผู้แพ้จ่ายมากพอ ๆ กัน  คนรวยแพ้ไม่ค่อยมีปัญหา   แต่คนที่กู้มารวยแพ้มีปัญหามาก  เพราะหลังเลือกตั้งจะต้องกลายเป็นคนจนทันที กู้ใครไม่ได้อีกแล้ว มีทางเดียวที่ทำได้คือต้องถ่ายโอนทรัพย์สินบ้านที่ดินให้เจ้าหนี้เพื่อชดใช้เงินที่กู้ยืมมาระหว่างหาเสียงหาคะแนน  ส่วนคนที่ชนะเลือกตั้งรวมทั้งพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลก็พยายามหาทางเอาทุนคืนพร้อมกำไรอีกจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการคอรัปชั่นเงินงบประมาณแผ่นดินในทุกขั้นตอนของโครงการ จนถูกศาลตัดสินจำคุกไปหลายต่อหลายคน

ที่ยกมาอภิปรายทั้งหมดเป็นปัญหาเพียงส่วนน้อยเท่านั้น  ยังมีปัญหาอีกมากมายในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารนำประเทศกลับไปสู่ระบอบการปกครองแบบเผด็จการที่ดีกว่าเป็นครั้งคราว  ซึ่งทำให้ปัญหาของบ้านเมืองได้รับการแก้ไข ดังนั้นญัตติที่นำเสนอว่าการปกครองระบอบเผด็จการดีกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *