ผญาบุญกฐิน

…………………

กลอนที่  1

…………………

ออกพรรษาลาพระเจ้า  เข้าเขตบุญกฐิน

ได้ยินเสียงประทัดดัง   สั่งลาพรรษาสิ้น

คนถือศีลอดเหล้า   สามเดือนเลยล่วง

เริ่มตั้งวงถองเหล้า  เมาอีกครั้งดั่งเดิม

รีสอร์ตเสริมเบียร์เหล้า  สาวใสวัยละอ่อน

เมาแล้วนอนหรือออกเซิ้ง  สั่งได้ดั่งใจ

จากนี้ไปสามสิบมื้อ   คือเข้าเขตบุญกฐิน

ศิลปินหมอลำ  เริ่มมีงานไปลำร้อง

ฉลองกฐินตามบ้าน  วัดอารามทุกหนแห่ง

แสงไฟสว่างแจ้ง  ฮอดมื้อเช้าจั่งเลิกลา

ตื่นเช้ามาแห่ผ้า  พระกฐินจั่งแม่นม่วน

แม่ใหญ่ชวนออกฟ้อน  นำหน้าแห่ไป

ไผต่อไผออกฟ้อน  วาดลวดลายนำหลังแม่

ฟ้อนแถไปพุ้นพี้  ดีฮ้ายบ่ว่ากัน

ความสุขสันต์สิงร่าง ท่าทางของแม่ใหญ่

ใสคือสาวส่ำน้อย  ยามฟ้อนจั่งแม่นสวย

ส่วนพ่อใหญ่กะด้วย  ใบหน้าเอิบอิ่มบุญ

เฮาลงทุนสร้างกฐิน  สามัคคีในวันนี้

ล้วนแต่ดีมีได้   อานิสงส์ยิ่งใหญ่

ส่องทางไปฮอดหม่อง  สุขล้ำดังหมาย

คันแม่นตายกะได้ขึ้น  เมืองสวรรค์พระเพิ่นว่า

ส่องทางฮอดชาติหน้า  พาให้ได้หล่อสวย

ทั้งร่ำรวยขึ้นชั้น  เศรษฐีใหญ่นายทุน

แสนสมบูรณ์พูลสุข  คือจั่งเฮาฝันไว้

ความจังไฮหนีสิ้น  โพยภัยบินหนีห่าง

ย่างไปใสแตกตึ้มตึ้ม  หมู่หุ่มแห่แหน

แฟนกะหลายเงินกะล้น  ความทุกข์จนหนีห่าง

กฐินเฮาซ่อยกันส่าง  สมหวังได้บุญคู่คน  พี่น้องเอย

…………………

กลอนที่  2

…………………

กฐินเดิมทีนั้น  เอิ้นว่าไม้สะดึง

ใช้ขึงผ้าให่ตึง  ก่อนเฮาสิยิบย้อม

หลอมมาเป็นกฐินได้  ย้อนชื่อเดิมมันบ่ม่วน

ชวนกันเปลี่ยนชื่อให่   กฐินเอิ้นสืบมา

พระเพินจารึกไว้  ในพระสูตรตำนาน

พระอาจารย์เพิ่นสอนเฮา  ว่ากฐินเป็นบุญกว้าง

ผู้เป็นเจ้าภาพสร่าง  กองกฐินได้แหนแห่

อานิสงส์เที่ยงแท้  สวรรค์ขึ้นได้ดังหวัง

ประวัติเดิมแต่ครั้ง   สมัยพระพุทธองค์

มวลพระสงฆ์ต้องแสวง  หาผ้าโยมถิ่มแล้ว

อยู่ตามแนวป่าช้า  ฮิมบ้านเมืองกองขี่เหยื่อ 

เพื่อเอามายิบย้อม  เป็นจีวรไว้ห่มกาย

ตามวินัยเดิมนั้น  พระมีผ้าบ่เกินสาม

สิซักผ้าแต่ละยาม   ยุ่งยากหลายเหลือฮ้าย

ระวังกายย้านมันโป้  โชว์ขาสามให่โยมเบิ่ง

ต้องคอยหลบหลีกลี้   รอผ้าแห่งอยู่ตั้งโดน

ประชาชนสมัยนั้น  จนหลายเรื่องผ้านุ่ง

มวลป้าลุงกะทุกข์ยาก  หาใส่ปากกะบ่พอ

ขออาหารพอให่ได้  ขอฟืนไฟให่กันอยู่

แต่ว่าขอสิ่นเหี่ยน  กับผ่าฮ้างอย่าสิหวัง

ฟังข้อยสิเว้า  เรื่องแต่เก่าคราวหลัง

ว่าต่างกันกับเฮา  ส่ำใดกันแท้

แต่สมัยพระพุทธเจ้า  ยังทรงพระชนม์อยู่

มีหมู่พระชาวปาฐา  ฝ่าสายฝนมาเฝ้า

มาฮอดวัดพระพุทธเจ้า  กำลังเทศนาอยู่

หมู่พระมาเดือดร้อน  จีวรเปื้อนเปียกฝน

ต้องทนนั่งกระมิดกระเมี้ยน  อยากอายโยมเหลียวเบิ่ง

ต้องเพิงมือสองข้าง  งุมน้องช้างบังตา

นางวิสาขาเห็นเข่า   คึดหลูโตนพระหนาวสั่น

จึงกราบทูลพระพุทธเจ้า  ขอถวายผ่าเพิ่มอีกสาม

เพื่อเปลี่ยนยามอาบน้ำ  ยามจำเป็นที่ต้องเปลี่ยน

ยามที่ผ้าขาดเหี่ยน   กะเปลี่ยนได้ดั่งประสงค์

จึงทรงมีบัญชาให่   พระทั้งหลายได้จำจื่อ

คือดั่งนางวิสาขาเพินได้  ทูลเว้ากล่าวขอ

ต๊กมาพ.ศ.นี้    คนฮ่างมีหลายกว่าเก่า

ผู้เข่าวัดกะมากล้น  คนทำบุญนั้นกะมากหลาย

ประเทศไทยแดนดิ้น   ถิ่นสยามคนงามคล่อง

ถิ่นไทยเฮาพี่น้อง  ส่วนใหญ่นั้นใจบุญ

ต่างอุดหนุนพระสงฆ์ให่  สุขสำบายทุกสิ่งอย่าง

เพื่อให่พระสังฆเจ้า  เอาใจตั้งต่อนิพพาน

ซอยกันสืบสานให่  ศาสนาเฮาเฮืองฮูง

ซ่อยกันจูงลูกหลานให่  สนใจเรื่องศาสนา

ออกพรรษาลาพระเจ้า  เข้าเขตบุญกฐิน

ศิลปินหมอลำ  เริ่มมีงานไปลำร้อง

ฉลองงานกฐินให่  โฮแซวม่วนชื่น

งานกฐินสิครึกครื้น  สามสิบมื้อให่จื่อจำ

นำกฐินไปทอด   ถวายสงฆ์วัดต่างต่าง

แล้วแต่ทางเจ้าภาพ  ได้จองไว้วัดใด๋

เจ้าภาพใหญ่เจ้าภาพน้อย  ผู้เว้าสอยแหนแห่

ผู้เพิ่นงามแพ้แว้  ฟ้อนออกหน่าแห่แหน

ผู้วางแผนหาแจก  ซองกฐินให่หมู่พวก

ผู้งวกพุ้นงวกพี้  มีส่วนได้บุญคู่คน

ส่วนได้มากได้หน่อย  กะแล้วแต่ไผมัน

ไผทานหลายกะได้หลาย  ตามทานที่ได้สร้าง

ทานบาทเดียวขอขึ่นห่าง  เป็นเศรษฐีมันไกลห่าง

เงินบาทเดียวขอซื้อช้าง  มันบ่ได้ดอกอาว

คือฮักสาวมีเงินหน่อย  มันบ่พอค่าดองเพิ่น

แม่เถ่าเมินพ่อเถ่าฮ้าย   ลงเฮือนได้เกือบบ่ทัน

หมั่นทำบุญเอาไว้  ทานไปเทือละนอย

ทานเทือเล็กเทือหน่อย  บุญสิล้นหลั่งนอง

ชวนกันจองกฐินไว้  เทือใหม่ยังบ่สาย

จองแล้วลายน์บอกกัน  ผูกสัมพันธ์ให่เหนียวแหน่น

เงินบาทเดียวเป็นแสนได้   คันโฮมกันเป็นหนึ่ง

ยื้อบ่ถึงต่อกันขึ้น   ยืนสูงได้ฮอดสวรรค์  ซั้นแหล่ว  พี่น้องเอย

 

…………………

กลอนที่  3

…………………

วันคืนย้าย   ฤดูกาลผันเปลี่ยน

เวียนกันมาฮอดมื้อ  นัดหมายไว้ฮ่วมกัน

คำสัญญาอดเหล้า  สามเดือนครบแล้วท่าน

พระอาจารย์กะฮอดมื้อ  ออกพรรษาแล้วดั่งกัน

มันเป็นวันเริ่มต้น  ทานทอดถวายกฐิน

ทั่วแผ่นดินไทยพุทธ   เฮ็ดคือกันคู่หมู่บ้าน

สามสิบวันต่อจากนี้   กองกฐินเริ่มแหนแห่

ช่วงเฮ้ดบุญกฐินแท้  สามสิบมื้อให้จื่อจำ

นำกฐินไปทอด  ถวายวัดที่เฮาจอง

พระเพินคองกฐินเฮา  ตั้งสามเดือนเลยแล้ว

อย่าสิแจวไปหม่อง  วัดบ่จองเด้อท่าน

ชาวบ้านเพิ่นสิฮ้าย  ข้าวงายเจ้าสิบ่ได้กิน

แห่กฐินถวายแล้ว  ต้องรับพรสาก่อน

ฟังคำสอนพระเพิ่นเว้า  กินข้าวฮ่วมกัน

เพินสิสรรมาให้   ของกินแนวแซบ

สิแอบห่อเมือกินบ้าน  เพินทานแล้วบ่ว่าหยัง

สังสรรงานกฐินแล้ว  ก่อนสิแจวลาจาก

รับของฝากของต้อน  เพินหาให้ได้คู่คน

อานิสงส์เริ่มต้น  แม่นสิหน่อยกะเป็นหลาย

เพราะฝากจากหัวใจ  ผู้ฮ่วมบุญที่มีให้

เทพทั้งหลายเห็นฮู้   โมทนาเสริมส่ง

อานิสงส์สิได้เพิ่ม   เติมเต็มให้คู่คน

ผู้ทุกข์จนทานหน่อย  แต่ใจใสได้สองต่อ

ผู้นั่งรอถ้ากินข้าว  สาธุด้วยกะได้บุญ  พี่น้องเอย

 

 

 

 

เสียงพิณเพลงบรรเลงขึ้น  รถทัวร์เริ่มออกแล่น

ไปฮอดแดนที่วัดตั้ง  พระสังฆเจ้าเพิ่นถ้าคอง

จองกฐินวัดใดไว้   กะต้องไปทานทอด

แห่ไปจอดวัดนั้น  ให้ทันมื้อที่กล่าวจอง

ยกสองมือใส่เกล้า  ก้มกราบถวายกฐิน

แล้วหลั่งรินษิโณทก   อธิษฐานแบ่งบุญให้

ผู้ที่ตายไปแล้ว  และยังมีชีวิตอยู่

 

 

 

(ยังมีต่อ)


One thought on “ผญาบุญกฐิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *