ผญาบุญข้าวจี่

…………………

กลอนที่  1

………………..

เดือนสามค้อย  เจ้าหัวคอยปั้นข้าวจี่       

ข้าวจี่บ่ใส่น้ำอ้อย  จัวน้อยเช็ดน้ำตา

ผลามีเฮาได้สร้าง  กองบุญปั้นข้าวจี่       

ตามที่มีกล่าวไว้  ในครั้งพุทธกาล

ตามตำนานเรื่องนี้  นางปุณณทาสีเริ่มก่อน  

นางออนชอนพระพุทธเจ้า  อยากทานข้าวแต่บ่มี

ทุกข์อีหลีต้องเป็นแหล่ง  ขายแฮงรับใช้เพิน    

พอได้เงินซื้อข้าว  เอามาปิ้งจี่ทาน

ทานไปแล้วกะคึดย้าน  พุทธองค์บ่เหลียวหล่ำ  

ของทานคนต่ำต้อย  ข้าวจี่ปั้นห่อตอง

พุทธองค์ตรองฮู้   ด้วยญาณเลยรับสั่ง    

ให่อานนท์พระผู้น้อง  ปูสาดให่นั่งฉัน

แล้วเทศน์กัณฑ์ใหม่เรื่อง  การทำทานปั้นข้าวจี่

ปุณณทาสีกะเลยได้  บรรลุธรรมขั่นโสดา

ปราชญ์อีสานนำมาเว้า  สอนคนเฮาให่คึดฮ่ำ   

นำมาเป็นก๊กเค้า  ให่เฮาได้ก่อทาน

คนอีสานในท้องที่  สกลนครส่วนใหญ่   

ใจศรัทธาเรื่องนี้   จัดงานขึ้นคู่ปี

ถวายข้าวจี่แล้ว  ถวายข้าวเปลือกนำกัน

ต่างผูกพันเกี่ยวดอง   ฮวมกันเป็นเมืองบ้าน

สานสัมพันธ์แนบแน่น   ฮักแพงกันหมั่นแก่น

ได้เป็นแฟนกันย้อน   บุญจี่ข้าวกะมากหลาย

อานิสงส์กะได้   แก่เฮาผู้ทานทอด

ส่งเฮาไปฮอดห่อง  วิมานฟ้าอยู่สำบาย  ซั้นแหล่ว  พี่น้องเอย

……………………

กลอนที่  2

………………….

เดือนสามค้อย   เจ้าหัวคอยปั้นข้าวจี่

ลมวีวีหนาวสะบั้น  จี่ข้าวปั้นเอาบุญ

แต่อดีตกาลพุ้น   พุทธองค์ยังคงอยู่

ครูอาจารย์เพินสอนไว้   ลูกหลานให่ฮู้ทั่วกัน

เช้าวันหนึ่งนั้น  ปุณณทาสีนางทาส

อยากใส่บาตรพระพุทธเจ้า  แต่จนฮ้ายข้าวบ่มี

หาจ๊กพุ้นจ๊กพี้   พ้อข้าวมีอยู่ก้นกล่อง

ลองจ๊กออกมาปั้น  เป็นก้อนแล้วจี่ไฟ

น้ำลายไหลอยากกินข้าว  แต่อดใจเอาไว้ก่อน

คึดออนซอนพระพุทธเจ้า  อยากถวายข้าวแด่พระองค์

ต๊กลงใจใส่บาตรแล้ว   แต่แป้วใจยังย้านห่วง

คนทั้งปวงสิเยาะเย้ย    พระพุทธเจ้าสิบ่ฉัน

ความคึดของนางนั้น   พระองค์ทราบด้วยญาณ

จึงสั่งการให้อานนท์  ปูสาดนั่งฉันต่อหน่า

แล้วจึงเทศนาเรื่อง  การทำทานปั้นข้าวจี่

ปุณณทาสีกะเลยได้  บรรลุธรรมขั้นโสดา

ปราชญ์อีสานนำมาเว้า  สอนคนเฮาให่คึดฮ่ำ   

นำมาเป็นก๊กเค้า  ให่เฮาได้ก่อทาน

คนอีสานในท้องที่  เมืองสกลสมัยปู่  

สอนลูกหลานให้ฮู้    สืบสานไว้ต่อมา

ออกพรรษาลาพระเจ้า  เข้ามาฮอดเดือนสาม

ต่างถามหามื้องาน    ประชุมกันเมิดบ้าน

กำหนดงานข้าวจี่ปั้น  โฮมกันจี่ข้าวจี่

มีข้าวจี่คนละปั้น   งานจี่ข้าวม่วนยิน

ศิลปินลำร้อง  ฉลองงานปั้นข้าวจี่

มีดนตรีครึกครื้น   เมิดคืนฟ้อนม่วนหลาย

เช้าถวายข้าวจี่ปั้น   ให้เจ้าหัวจัวน้อยเพิน

ไผมีเงินกะทานได้  ตามใจเจ้าปรารถนา

อานิสงส์กะสิได้   แก่เฮาผู้ทานทอด

ส่งเฮาฮอดแห่งห้อง  วิมานฟ้าอยู่สวรรค์  ซั้นแหล่ว  พี่น้องเอย

………………

กลอนที่  3

……………..

เดือนสามค้อย  ลมวอยวอยฝนตกใหม่

ใบไม้ป่งหน่อยหน่อย  มดแดงน้อยไข่เต็มฮัง

ชาวอีสานแต่ครั้ง  โบราณกาลก่อนเก่า

หลังเอาข้าวขึ่นเล้า  พากันเริ่มก่อบุญ

เพื่ออุดหนุนให้  ศาสนาดำรงอยู่

ให้ญาครูและจัวน้อย   คงมั่นในผ้าเหลือง

บ่เตื้องพุ้นเตื้องพี้  หนีจากญาติโยมไป

ยังอาลัยนำวัด   อยู่เป็นนาบุญกว้าง

อยู่ชี้ทางบุญให้  ญาติโยมพอได้เพิง

อยู่ช่วยเหลือบักเผิ่ง  พอให้ได้เพิงพา

จึงหาทางจัดงานขึ้น  ชื่อว่างานบุญข้าวจี่

ประเพณีบุญจี่ข้าว  เจ้าหัวถ่าจัวน้อยคอง

งานกองบุญจี่ข้าว  ชาวสกลยังสานต่อ

 ก่อกองบุญจี่ข้าว  เดือนสองขึ้นคู่ปี  ซั้นแหล่ว  พี่น้องเอย

……………………………………………………………………

 

 

 

(ยังมีต่อ)


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *