กลอนไปนิพพานดีกว่าไปสวรรค์

…………………

กลอนที่  1

………………..

ไปนิพพาน ดีกว่า  ไปสวรรค์  

เพราะว่ามัน  ไม่วุ่นวาย  สบายกว่า

ไปสวรรค์  ต้องลงทุน  ใช้เงินตรา         

ต้องเสาะหา  สร้างกุศล  รอผลบุญ  

พอตายปั๊บ  เทพมารับ  ไปสวรรค์

อยู่ไม่นาน  บุญลด  หมดกระสุน

ต้องตกลง  จากสวรรค์  เพราะหมดบุญ

หมดแรงหนุน  ต้องหล่นกลับ  มารับกรรม

ส่วนนิพพาน  ไปง่าย  สบายกว่า

เพียงรักษา  จิตไว้  ไม่แบกหาม

ใช้สติ   กำกับจิต  เฝ้าติดตาม

เลิกแบกหาม  เลิกปรุงแต่ง  สิ่งจรมา

เช่นรูปรส  กลิ่นเสียง  เคียงสัมผัส

ไม่ผูกม้ด  ไม่ปรุงแต่ง  ไม่ห่วงหา

ปล่อยมันไป  ดีร้าย  ไม่นำพา

 ไม่เสาะหา  ทำใจว่า  ชั่งหัวมัน 

ถ้าเราทำ   ใจได้  ถึงขั้นนี้

กิเลสที่  เกาะใจ  จะหลุดหาย

จิตจะถึง  ซึ่งนิพพาน  ก่อนวางวาย

สุขสบาย  ชั่วนิรันดร์  ไม่ผันแปร

ไม่มีเกิด  แก่เจ็บ   ตายอีกแล้ว 

จิตแน่แน่ว  ใสสว่าง  ดั่งเพ็ญแข   

ความอิ่มเอิบ   เอ่อล้น  ท้นดวงแด

เป็นสุขแท้   ไม่แอบอิง  สิ่งอื่นใด

……………………

กลอนที่  2

…………………..

ไปนิพพาน  ต้องตามรอย  สิทธัตถะ

ตอนที่ละ  ความเพียร  อันสุดโต่ง

ทรมาณ  ตนเอง  จวนเข้าโลง

แล้วมุ่งตรง  สู่ทาง  เข้านิพพาน

ด้วยการนั่ง  พิจารณา  หาเหตุผล

ทำไมคน  จึงมีทุกข์  เป็นพื้นฐาน

เกิดแล้วแก่  เจ็บตาย  วายชีวัน

เป็นเหมือนกัน  ทุกชีวิต  อนิจจัง

เพียงค่อนคืน  ก็ค้นพบ  ทางพ้นทุกข์

พบความสุข  เมื่อเวลา  ใกล้ฟ้าสาง

เป็นสุขล้วน ที่ควรรู้  เป็นแนวทาง

เป็นแบบอย่าง  ที่ควรคิด  ติดตามไป

เริ่มต้นจาก  กำหนดรู้  ซึ่งความทุกข์

เข้าใจถูก  ว่าทุกข์นั้น  เป็นไฉน

ทุกข์นั้นมี  สองอย่าง  ต่างกันไป

หนึ่งทุกข์กาย  ทุกข์ประจำ  ทุกค่ำคืน

เช่นเกิดแก่  แก่เจ็บไข้  วายสังขาร

หิวอาหาร  หลับไหล  ไม่อาจฝืน

ทุกข์กายจะ  อยู่กับเรา  ยั้งยาวยืน

ไม่อาจฝืน  ตราบใดที่  ยังมีกาย

ทุกข์กายนั้น  ดับไม่ได้  บรรเทาได้

ด้วยปัจจัย  คืออาหาร  บ้านอาศัย

เครื่องนุ่งห่ม  หยูกยา  แก้โรคภัย

ทุกข์ทางกาย  บรรเทาได้  ไม่ถึงตาย   

สองทุกข์ใจ  คือทุกข์ที่  ใจเป็นทุกข์

ใจหมดสุข  เพราะความอยาก  ไม่สลาย

อยากมีเป็น   นี่นั้น   โน้นมากมาย

อยากไม่ก็  มากมาย  ดุจเดียวกัน

ทำไมเรา  จึงอยาก  มากมายนัก

เหตุเกิดจาก  ใจปรุงแต่ง  แหล่งสังขาร

คือรูปรส  กลิ่นเสียง  สัมผัสมาร

ที่ผูกพัน  ผลักใส  ให้อยากมัน

อยากมีเป็น  นี่นั้น  สารพัด

อยากไม่มัด  ใจไว้  ให้ใฝ่ฝัน

แต่ทุกข์ใจ  จะหายวับ  ไปฉับพลัน    

เมื่อละตัณ  -หาได้  ทุกข์ใจเลือน

เมื่อกำหนด  รู้ทุกข์ได้   กำหนดละ

ซึ่งความอยาก  ที่รุมมา  เฝ้าเชือดเฉือน   

ความทุกข์กาย  ทุกข์ใจ  ค่อยลบเลือน

เปรียบเสมือน  เปิดไฟ  ไล่มืดมัว

สิทธัตถะ  ตรัสรู้  ความจริงแล้ว 

จิตผ่องแผ้ว   สดใส  ไม่สลัว

พญามาร  ยกทัพมา  ไม่หวั่นกลัว

ชนะชัวร์  กิเลสหาย  สบายองค์

……………………

กลอนที่  3

…………………..

ไปนิพพาน  ดีกว่า  ครับพี่น้อง

เพราะไม่ต้อง  ดิ้นรน  เฝ้าขวนขวาย   

เพียงเราใช้  สติ  กำกับใจ

มิยอมให้  ใจปรุงแต่ง  สิ่งจรมา

เช่นรูปรส  กลิ่นเสียง  เคียงสัมผัส

อารมณ์รัด  รึงใจ  ใฝ่ฝันหา

เลิกปรุงแต่ง  ว่าดีร้าย  ไม่นำพา

อีกไม่ช้า  ก็จะถึง  ซึ่งนิพพาน  

เพราะนิพพาน   อยู่ที่ใจ  ไม่ไขว่ขว้า

ละตัณหา  เสียได้  เลิกใฝ่ฝัน

ความอยากดับ  ทุกข์หาย  ไปฉับพลัน

ถึงนิพพาน  ทันที  ไม่รีรอ  

 

 

 

 

 

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *