การปกครองระบอบประชาธิปไตย

   

 การปกครองระบอบประชาธิปไตยคือการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน  กล่าวคือประชาชนเลือกตัวแทนของตนเข้าไปร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลทำหน้าที่แทนในการออกกฎหมายเพื่อควบคุมดูแลสิทธิหน้าที่ของพลเมืองให้อยู่ร่วมกันได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม  และบริหารงานเพื่อพัฒนา จัดสรร แบ่งปันทรัพยากร และรายได้ของประเทศกลับคืนสู่พลเมืองในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งส่วนตัวเช่นการรักษาพยาบาล เบี้ยผู้สูงอายุ ความเสมอภาคทางด้านความยุติธรรม ฯลฯ ทั้งผลประโยชน์ส่วนรวม เช่น การศึกษา สาธาณูปโภค  ถนนหนทาง ฯลฯ  โดยบริหารงานผ่านกระทรวงทะบวงกรมต่าง ๆ  ซึ่งมีข้าราชการประจำเป็นผู้ทำงานสนองนโยบาย

ถาม…….ทำไมจึงไม่ให้คนดีมีความรู้ความสามารถเท่านั้นปกครองประเทศ  ?

ตอบ…..เพราะคนทุกคนที่ยังไม่ติดคุกเชื่อได้ว่าเขาต้องเป็นคนดี  คนที่เรียนจบปริญญาตรี โท เอก เชื่อได้ว่าเขาเหล่านั้นมีความรู้  คนที่ทำงานแล้วประสบความสำเร็จเชื่อได้ว่าเขามีความสามารถ  ประเทศของเราจึงมีคนดีมีความรู้ความสามารถมากมาย แต่ทรัพยากรของประเทศเช่นดิน น้ำ ลม ไฟ เงินภาษี เป็นต้นเป็นของประชาชนในประเเทศทุกคน  เป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่งหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งปกครองประเทศ  ที่สำคัญคือคนดีมีความรู้ความสามารถฉลาดเฉลียวทุกคนก็ยังมีกิเลส มีความโลภ ความโกรธและความหลงเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ  ในประวัติศาสตร์ของชาติไทยเรานั้น เคยมีคนที่อวดอ้างว่าตนเองเป็นคนดีมีความรู้ความสามารถฉลาดเฉลียวมากกว่าคนอื่นเข้ามาปกครองประเทศ  แต่กลับแย่งชิงเอาทรัพยากรของพลเมืองไปเป็นของตนเองและพวกพ้องมาหลายต่อหลายครั้ง  ทำให้ขาดแคลนทรัพยากรที่จะนำไปพัฒนาประเทศและช่วยเหลือแบ่งปันให้แก่พลเมืองในรูปสวัสดิการต่าง ๆ  ทำให้ประเทศล้าหลังและพลเมืองยากจน  

ถาม…ควรมอบอำนาจให้ใครปกครองประเทศ ?

ตอบ..ควรมอบอำนาจการปกครองประเทศให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  เพราะคนที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกมานั้นเชื่อได้ว่าต้องเป็นคนดีมีความรู้ความสามารถ มีจิตสาธารณะและที่สำคัญคือมีจิตสำนึกที่ดีต่อประชาชนพลเมืองที่เลือกพวกเขาให้เป็นตัวแทน  เชื่อได้ว่าคนเหล่านี้จะต้องเสียสละรับใช้ประชาชนพลเมืองอย่างแน่นอน  ถ้าเขาเป็นคนชั่วจิตใจคับแคบไม่มีความรู้ความสามารถเหมาะสม  ประชาชนส่วนใหญ่คงไม่เลือกเขาเป็นตัวแทน  คนเหล่านี้จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลออกกฎหมายควบคุมดูแลสิทธิหน้าที่พลเมืองให้เสมอภาคเท่าเทียม และร่วมกันพัฒนาจัดสรร แบ่งปันทรัพยากรของพลเมืองได้อย่างยุติธรรม ถ้าพวกเขาทำไม่ดีกอบโกยโกงกิน  ก็ยังมีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบถ่วงดุลย์ด่าประจานให้ประชาชนพลเมืองรับรู้ด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ  ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายใส่ร้ายตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ   ฝ่ายรัฐบาล ก็ยังมีโอกาสนำเสนอความจริงแก้ข้อกล่าวหาได้   ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอีกครั้งว่าจะเลือกตัวแทนและพรรคการเมืองใด  พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามามากเกินกึ่งหนึ่งก็เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล  ส่วนพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งน้อยกว่าก็เป็นฝ่ายค้าน  ถ้าไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งก็ตั้งรัฐบาลผสม  โดยให้พรรคการเมืองที่รวบรวมสมาชิกได้เกินกึ่งหนึ่งเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล  ภายใต้บริบท  4  ปีเลือกตั้ง  1  ครั้ง และ 1  คน  1 เสียงเท่ากัน

ถาม….เราเลือกตัวแทนของเราอย่างไร ?

ตอบ….เราเลือกตัวแทนของเราซึ่งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายจะจัดสรรแบ่งปันพัฒนาผลประโยชน์ของเราก่อนการเลือกตั้งเพื่อประกอบการตัดสินใจ  ถ้าครบวาระ 4 ปีแล้วพรรคการเมืองที่เราเลือกไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้  เราก็เลือกสมาชิกพรรคการเมืองอื่นแทน

ถาม….ระบอบการปกครองแบบไหนดีที่สุด ?

ตอบ….ปรมาจารย์ด้านรัฐศาสตร์กล่าวว่า ไม่มีระบอบการปกครองแบบไหนดีที่สุด  เช่น  ระบอบราชาธิปไตย  ถ้าพระราชาฉลาดปราชญ์เปรื่อง เป็นคนดีมีคุณธรรมและรักพลเมืองก็สามารถนำประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้  ระบอบเผด็จการทหารหรือระบอบเผด็จการอื่น ๆ ก็เหมือนกัน ส่วนเสียของระบอบการปกครองเหล่านี้คือไม่มีฝ่ายค้าน ไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลย์และเปลี่ยนได้เลย  ถ้าผู้นำกอบโกยโกงกิน และแย่งชิงเอาทรัพยากรของพลเมืองไปเป็นของตัวเองและพวกพ้อง จะทำให้ประเทศไม่ได้รับการพัฒนา ประชาชนพลเมืองจะต้องลำบากยากจนตลอดไปชั่วกาลนาน  ถ้าผู้นำตายก็ยังมีทายาทสืบทอดอำนาจ  เช่นผู้นำในประเทศเกาหลีเหนือเป็นต้น  ส่วนการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่เลวน้อยที่สุดเท่าที่มนุษย์ชาติคิดค้นได้ในปัจจุบัน   เพราะถ้าได้ผู้นำและคณะรัฐบาลไม่ดี ก็ยังมีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบถ่วงดุลย์และ เปลี่ยนได้ทุก  4  ปี  เกือบทุกประเทศในโลกปัจจุบันจึงปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ถาม…ปัจจุบันประเทศไทยของเราปกครองในระบอบไหน ?

ตอบ…..ระบอบเผด็จการซ่อนรูป เพราะถึงแม้จะมีพรรคการเมือง มีการเลือกตั้ง มีนโยบาย แต่เมื่อชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้  เนื่องจากอำนาจในการตัดสินใจบริหารประเทศเป็นขององค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหารทั้งสิ้น  เช่นนโยบายเรื่องข้าว เรื่องการจัดการน้ำ เรื่องรถไฟความเร็วสูง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฯลฯ  ถูกองค์กรอิสระสังระงับมิให้ดำเนินการ  การตัดสินขององค์กรอิสระเหล่านี้จะเอนเอียงไปตามธงของผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

ถาม…ใครคือผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังองค์กรอิสระเหล่านั้น ?

ตอบ….คณะรัฐประหารผู้แต่งตั้งองค์กรอิสระ

ถาม….คณะรัฐประหารยุบไปตั้งนานแล้วยังจะมีอำนาจอะไรหลงเหลืออยู่อีกหรือ ?

ตอบ….คณะรัฐประหารครั้งที่แล้วมี  2  ส่วน คือส่วนผู้ก่อการยึดอำนาจรัฐบาลได้แก่ผู้นำกองทัพในขณะนั้น และส่วนขององค์กรอิสระ ได้แก่ตุลาการรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  มีเฉพาะส่วนผู้ก่อการยึดอำนาจเท่านั้นที่สลายตัวไป  แต่ส่วนองค์กรอิสระยังคงอยู่  และมีอำนาจควบคุมกำกับดูแลรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไทยทั้งประเทศให้กระทำหรือมิให้กระทำอย่างหนึ่งอย่างใด  รัฐบาลจึงเป็นเพียงหุ่นเชิดขององค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ซึ่งเราเรียกการปกครองระบอบนี้ว่า  ระบอบเผด็จการซ่อนรูป

ถาม…เมื่อไรระบอบเผด็จการซ่อนรูปจะหมดไปจากประเทศของเรา ?

ตอบ… เมื่อผู้มีอำนาจไม่หลงตัวเอง ไม่ลุแก่อำนาจ ลดความเห็นแก่ตัว และลดความเห็นทางชนชั้นลงเท่ากับชาวบ้านทั่วไป  กล่าวคือเห็นตามและยอมรับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน  ทุกคนมี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากัน จะต้องได้รับความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมายเท่าเทียมกัน ยอมรับความจริงของชีวิตได้ว่า ในโลกความเป็นจริงของการอยู่ร่วมกันนั้น  จะต้องไม่มีใครได้อะไรไปทั้งหมดและจะต้องไม่มีใครเสียอะไรไปทั้งหมด  ต้องมีได้บ้างเสียบ้างเป็นธรรมดา และที่สำคัญต้องไม่ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งและไม่ตะแบงตีความเข้าข้างตัวเองและพวกพ้องเมื่อเห็นว่าตัวเองและ พวกพ้องจะต้องเสียเปรียบหรือไม่ได้ดั่งใจอย่างที่เป็นมาในอดีตและที่กำลัง เป็นอยู่ในปัจจุบัน   เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ประเทศของเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้แล้ว

ถาม…ทำอย่างไรผู้มีอำนาจและผู้นำกองทัพจึงจะไม่ลุแก่อำนาจทำการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญอีก ?

ตอบ…เราคงไม่สามารถไปบังคับให้ผู้มีอำนาจทำอะไรหรือไม่ทำอะไรได้  เพราะคนไทยเรานั้นมีลักษณะเป็นสังคมแบบอำนาจนิยมเช่น  เมื่อคนมีอำนาจพูดทุกคนต้องฟังและทำตามเท่านั้น  จึงมีเพียง  2  ทางที่ประชาชนสามารถทำได้  คือ  1. ประชาชนเดินขบวนต่อต้าน  ซึ่งวิธีนี้อาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง  คนไทยจะแบ่งฝ่ายฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงอำนาจการปกครองประเทศ  ซึ่งจะนำไปสู่การแบ่งแยกประเทศเป็นสองฝ่ายคือ ประเทศไทยที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยและประเทศไทยที่ปกครองในระบอบเผด็จการ  2.  ประชาชนส่วนใหญ่ต้องอดทนทำใจยอมรับอำนาจเผด็จการให้ได้  รอให้ ฝ่ายมีอำนาจเผด็จการเลิกเสพติดอำนาจ ยอมรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและพร้อมที่จะลงเรือประชาธิปไตยด้วยกัน เพื่อไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนประเทศอื่น ๆ ในโลก  

ถาม…รู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหวแล้ว  จะทำอย่างไรดี ?

ตอบ…เอาหูไปนาเอาตาไปไร่และทำใจให้ได้ว่าประเทศไทยไม่ใช่ของเราคนเดียว  เมื่อจำต้องอยู่ร่วมประเทศกับผู้มีอำนาจที่มียังมีกิเลสหนา มีความเห็นแก่ตัวจัด รักเฉพาะพรรคพวกของตัวเอง  รังเกียจและรังแกเพื่อนร่วมชาติที่มีความเห็นแตกต่าง    สิ่งที่พอทำได้คือทำใจยอมรับสภาพไปก่อน  นานวันเข้าก็จะชินไปเอง

ระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการซ่อนรูปในประเทศของเราเท่าที่ผ่านมา  มีทั้งสร้างความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติของเราพอ ๆ กัน  เพราะคนในรัฐบาลทั้งสองระบอบบางส่วนที่มีอำนาจเห็นแก่ตัวมากและรักพลเมืองน้อยเกินไป  พวกเขาต่างพากันแสวงหาความร่ำรวยจากหยาดเหงื่อแรงงานและหยาดน้ำตาของเพื่อนร่วมชาติอย่างไร้ความปราณี

 แม้ว่าประชาธิปไตยในประเทศของเราจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ  แต่ประเทศของเราก็เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน  ทั้งนี้เพราะคนไทยส่วนใหญ่  ขยัน  ประหยัด ซื่อสัตย์  อดทน  ฝึกฝน มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมีคุณธรรม  จึงอยากจะให้คนไทยที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันพยายามตัดใจและคิดใหม่ทำใหม่ว่า  แมวจะสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็น  ก่อนนอนก็ไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่ความรักความเมตตาและความปราถนาดีต่อกันให้มากขึ้น  เอาใจช่วยและอวยพรให้ผู้นำของเราพร้อมคณะผู้บริหารรักและห่วงใยพลเมืองมากขึ้น เห็นแก่ตัวน้อยลง สามารถแก้ปัญหาทั้งในประเทศและต่างประเทศได้สำเร็จลุล่วง และนำพาประเทศชาติของเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง  และทำให้ทุกคนในประเทศของเราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและมีความสุข

 


 

 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *