ผญา/โตงโตย/กลอนอีสาน

…………………….

ผญา

……………………

ผญาเป็นคำคล้อง  จองกันมันเว้าม่วน

สัมผัสนอกในครบถ่วน    ชวนให่ง่ายจื่อจำ

เว้าให้ขำได้หัวร่อ    งอก่องอขิง

เว้าติติงแฝงคติ  เตือนใจให้คึดซวด

เว้าแฝงความเจ็บปวด  ทุกข์จนคนแหนงหน่าย

เว้าเรื่องใดกะได้    สำคัญให้เว้าคล่องคือ  พี่น้องเอย

…………………………………

โตงโตย

………………………………..

  โตงโตยเป็นคำเว้า  บรรยายความตามท้องเรื่อง

ตามหัวข้อที่ตั้งไว้  บรรยายเว้ากล่าวฝอย

สิเว้ายาวเว้าหน่อย  กะแล้วแต่สิบรรยาย

สัมผัสในนอกนำ  ทุกคำที่เฮาเว้า  พี่น้องเอย

……………………….

กลอนอีสาน

………………………

กลอนอีสานนั้น  คือกันกับกลอนตลาด

สัมผัสในนอกนั้น   เฟือฝั้นดุจดั่งเดียว

กลอนอีสานสิกอดเกี้ยว  เกาะก่ายจากคำหลัง

กับคำตั้งต้นวรรคต่อไป  หนึ่งสองสามกะยังได้

คำอีสานมีหลายล้น   คนแต่งกลอนกะแต่งง่าย

เอาไปลำไปร้องได้   เต้นเซิ้งซิ่งใส่ม่วนมัน

มีกลอนยาวกลอนสั้น  สารพันแต่สิแต่ง

จบแถลงไว้ท่อนี้  สวัสดีถ้วนคู่สู่คน  พี่น้องเอย

 …………………………….

คำผูกแขน

…………………………

ศรี ๆ สิทธิพระพรบวรวิเศษ    ฝ่ายแก้วเกิดมุงคุณ

ปุนลงมาตกแต่ง      กวัดอิ้วแกว่งกงหลา

ผัดออกมาเป็นหลอด    ถอดออกมาเป็นปุ๋ย

สุยออกมาเป็นเส้น     เส้นแหละสีพันคำ

เป็นดังแก้วมุกดำใสส่อง   งามอ่องต่องส่องใส

เทิงนอกในล้ำเลิศ  ฝ้ายแก้วเกิดเมืองสวรรค์

ปันให้ผู้ข้ามาผูกแขน……………. ว่ามาเยอขวัญเอย

ขวัญเจ้าไปมุดสระน้ำใหญ่กินปลา   ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้

ขวัญเจ้าไปอยู่นากินข้าว   ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้

ขวัญเจ้าไปกินเหล้านำหมู่นำฝูง    ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้……….

มาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปอยู่ถ้ำนำพญางู  ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้

ขวัญเจ้าไปอยู่ฮูนำพญานาค   ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้

ขวัญเจ้าไปลำบากนำหมู่ผีตาย  ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้………มาเยอขวัญเอย

ยามเมื่อตาเว็นตกลับป่าแซง   ยามเมื่อตาเว็นแดงลับป่าไม้

ขวัญเจ้าไปอยู่หนเหนือหรือใต้     ก็ให้ฮีบมาสามื้อนี้วันนี้

คันว่าเจ้ามาฮอดแล้ว   ให้เจ้าอยู่สวัสดี มีความสุขความเจริญ

ความเจ็บเจ้าอย่าได้       ความไข้เจ้าอย่ามี

ให้เจ้าได้เป็นเศรษฐี   เป็นมหาเศรษฐี

มีอาย วรรณะ สุขะ พะละ ปฏิภาณ  ธะนะสารสมบัติทุกประการ

นอนหลับได้เงินหมื่น   ตื่นขึ้นได้เงินแสนเงินล้าน

ย่างออกจากบ้าน  โชคไหลหลั่งมาโฮม เจ้าเด้อ

โอม อุ อะ มุ มะ มูลมา สะทาโสตถี ภะวันตุ เต

………………………………..

กลอนลำขาแม่ฮ้าง

……………………………….

ขาแม่ฮ้าง ขาลาป่างซาง             ขากะขาฮ้างฮ้างนั่งหง่างตั้งแต่ขา

ขาแม่ฮ้างยามนอนหงาย เป็นลายต่าง     บ่มีไผงัดง้าง  นอนหง่างตั้งแต่ขา

ขาแม่ฮ้างยามย่างบ่คือขา              ยามย่างไปย่างมาบ่คือขาพอดี้

ขาต้องมีขนขึ่น  ยามเฮาเดินลุกนั่ง     แต่ว่าขาแม่ฮ้าง  มีขนขึ่นอยู่หว่างขา

ขาแม่ฮ้าง    ขาซันซางลาง            เคยมีคนงัดง้าง   เลยนอนหง่างอยู่บ่เซา

สาวแม่ฮ้าง   นุ่งสิ่นลายดอกห่างห่าง   สิ่นกะสิ่นฮ้างฮ้าง พออยากง้างเบิ่งหว่างขา

สาวแม่ฮ้าง  ย่างนำทางก้าวห่างห่าง   ยามแม่ฮ้างขึ่นขี่ช้าง    เอาขาง้างขึ่นหว่างคอ

อ้ายอยากเป็นคอช้างซันสางหลางให่แม่ฮ้างขี่     อยากเป็นแมงหมี่ช้างจอบแม่ฮ้างหง่างขา …เด้

…………………………….

กลอนลำยอยักษ์

……………………………

ยกย่างย้าย   ย้ายย่างยับยับ ยับยับยก

ย่างยับยามย้าย   ยามยายหย่ำอย่ายืนมือเข่าแหย่

ยายหย่ำมือขาดแท้     เซาแม้อย่าแหย่ยาย

อย่าหล่วยหล่าย  แยงยายยามย่าง

มันสิเห็นยัมย่าง   ยานห่อยอยู่แอว

เหลียวเบิ่งแล้ว ยามยายสะพายย่าม

ซงสิมีข้าวน้ำ   ในย่ามคู่สู่ยาม

ย่ามยายย้อย ยอยแดงแยงเด่น

หยังกะเป็นเยิบเยิบ  ยามยุ้มยัดของ

ย่างย่องย่อง   หัวหยองหมักแหย่

เห็นแต่หัวยุ้มยุ้ม   ยามย้องย่ามแดง

ย่างย่องแย่ง แยงยายยามย่าง

เห็นแต่หัวย้ามย้าม  ยามยุ้มย่ามแดง

ยัดข้าวแห้ง  ยามแดงแยงเด่น

พ่อใหญ่เห็นเย้งเบ้ง  ยอย้องคู่ยาม

………………………………….

ความฮัก(กลอนอีสาน)

…………………………….

คึดฮอดเจ้า เบิ่งเดือนดาวกะบ่ส่วง   

เจ็บหน่วงหน่วงในใจคือถืกไฟเผาจี้

คือจั่งมีเข็มเป็นร้อยแทงเป็นฮอยเลือดรินหลั่ง

น้ำตาพังลงอาบแก้ม แนมหาเจ้ากะบ่เห็น

จั๋กแม่นเวรอ้ายส่างปางใด๋ให่ไกลห่าง  

มีแต่ทางกีดกั้นกันให่อ้ายห่างไกล

คนที่สัญญาไว้ กะหนีหายไปเป็นอื่น

คืนและวันจั่งแม่นเยิ้น  ยามไห่ฮ้องส่องดาว

ลมพัดห่าว หนาวในในใจสั่น    

อยากนอนฝันได้กอดเจ้านอนจนเถ่ากะบ่ฝัน

จั่งแม่นบุญอ้ายสั้นนอนผู้เดียวจนหนาวสั่น

ทุกคืนวันคึดฮอดเจ้าคอยจอบจ้องส่องแต่ดาว ….นางเอย

……………………………………..

คึดฮอดอ้าย(กลอนอีสาน)

…………………………………….

คึดฮอดอ้ายให้เหลียวเบิ่งเดือนดาว

สายตาเฮาจอบกันอยู่เทิงฟ้า

ส่งหัวใจไปอ้อน  วอนเทวาให้มาซ่อย

ให้ฮักเฮาหวานบ่หน่อย กว่าน้ำเผิ่งเทิงพระจันทร์  นางเอย

…………………………………………..

คึดฮอดเจ้า(กลอนอีสาน)

…………………………………………..

คึดฮอดเจ้า หงอยเหงาเศร้าบ่ส่วง

เจ็บหน่วงหน่วงในใจคือถืกไฟลนจี้

คือจั่งมีเข็มเป็นร้อย แทงหัวใจเลือดไหล่หลั่ง

ได้แต่นั่งโศรกเศร่า กินเหล่าเป็นหมู่ยุง  ซั้นแหล่ว  นางเอย

 

คึดฮอดเจ้า  หนาวในในไข่บ่ส่วง

เจ็บหน่วงหน่วงในใจ คือถืกไฟเผาไหม่

ในหัวใจคือจั่งมีเข็มน้อย คอยแทงทุกบาทย่าง

ได้แต่นั่งโศรกเศร่า กินเหล่าเป็นหมู่หมา  ซั้นแหล่ว  นางเอย

……………………………………..

ฮักเจ้าแล้ว(กลอนอีสาน)

……………………………………..

ฮักเจ้าแล้ว                      ตั้งแต่แรกเหลียวเห็น

จั๊กมันเป็นจังใด               จั่งฮักหลายเอากะด้อ

คึดอยากขอนั่งใกล้       สูดหายใจเอาไออุ่น

อยากนอนหนุนตักเจ้า    อยากป้อนข้าวกล่อมเจ้านอน

ออนซอนหลายยามเจ้ายิ้ม  ฮิมปากงามแข่วขาวผ่อง

สองตายิ้มหยาดเยิ้ม   เสริมแก้มให้แจ่มงาม

คึดอยากถามแต่บ่กล้า  ย้านคนซ่าคนลือ

ถือความฮักไว้ในใจ   หลายปีจนแก่เถ่า

แม่นเจ้าเป็นแม่ฮ้าง  มีลูกนำกะตามซ่าง

อ้ายยังคึดฮักเจ้า  บ่มีมื้อเปลี่ยนแปลง

สาวคำแพงน้องหล่า  คำเว้าจาจั่งแม่นม่วน

ผิวนวลเนียนหุ่นนางฟ้า พาให่อ้ายใฝ่ฝัน

อยากมีวันได้อยู่ใกล้  อยากฝากใจไว้กับอุ่น

อยากนอนหนุนตักเจ้า อยากกินข้าวฮ่วมพา

อยากฟังวาจาเจ้า   อยากเอาใจทุกสิ่งอย่าง

อยากนอนอยู่ข่างเจ้า จนกว่าเถ่าแก่ตาย พุ้นแหล่ว  นางเอย

………………………………………..

ความฮัก(กลอนอีสาน)

………………………………………

ฮักกันนั้นแม่นสิอยู่ฟากฟ้า              ภูผาใหญ่กวมบัง

คือนั่งนอนนำกัน            กลมเกลียวบ่มีแนวกั้น

คันแม่นซังกันแล้ว        ตาเดียวบ่เหลียวหล่ำ

คือนำเมฆม่านไม้         มากวมกั้งก่อบัง  ซั้นแหล่ว

……………………………………

คติธรรม(กลอนอีสาน)

……………………………………

หมาไล่กัดเจ้า                     เจ้าอย่าไล่กัดหมา

คนสิลือซาเฮา                    หมาไล่กัดท่อนั้น

หมาไล่กัดเฮาได้                 เฮากัดหมาคนหุ่มด่า

หาว่าเฮาเป็นบ้า                    คนดีนั้นบ่กัดหมา  พี่น้องเอย

……………………………………………

อย่าถือคนบ้า(กลอนอีสาน)

……………………………………………

อย่าถือซาคนบ้า                 อย่าสิด่าคนเมา

คนสิลือซาเฮา                       เป็นท่อกันกับคนบ้า

คนเมากับคนบ้า                    บ่ฮู้ภาษาคนฮ้ายด่า

จื่อหน้าไผบ่ได้                        อย่าไปบ้าด่าเขา  พี่น้องเอย

………………………………………

ความทุกข์(กลอนอีสาน)

………………………………………..

ทุกข์ยากไฮ้                         หากิ๋นนำบ่อนไก่

ลางเทือโชคบ่ให่                  เสียสามข้างจั่งแม่นซวย

ถืกหวยเจ้ามือเจ้ง                  เป็นนักเลงบ่ยอมจ่าย

ค้าขายแฮงนักหน่า               คนค้างจั่งแม่นหลาย

ยามเมือซาตาฮ้าย                  ย่างก๋ายทางหมากะเห่า

เฮือนเฮาพอได้ซ่น                 ไฟกะไหม้ตื่มแถม

แนมนำหยังกะบ่พอสิได้          เฮ็ดอันใดกะปี้ป่น

ตั้งแต่ตดอยู่ก้น                        ยังโงโค้งขึ้นใส่ดัง  พี่น้องเอย

………………………………………………

ยาแก้ความทุกข์(กลอนอีสาน)

………………………………………………

ทุกข์ย้อนคึดอยากได้        มีเป็นสรรพสิ่ง

แหน่นหัวใจอิ้งติ้ง                ยาแก้อยู่ใส

พุทธองค์ตรัสไว้                ให้ทำใจว่างเปล่า

บ่เอาหยังมาปรุงแต่งให่      ว่าดีฮ้ายชั่วทราม พี่น้องเอย

……………………………………….

การเมือง(กลอนอีสาน)

……………………………………….

เผด็จการไทยนั้น     คือทหารกับตำรวจ

มีปืนผาหน้าไม้         ในมือพร้อมไล่ยิง

ประชาชนติงบ่ได้        ไอดังกะจับจ่อง

กินบ้านเมืองไงง่อง    ไทยบ้านจ่อยจน  พี่น้องเอย

…………………………………………………

ประชาธิปไตยไทย(กลอนอีสาน)

………………………………………………….

ประชาธิปไตยไทยนั้น      คือเผด็จการแบบใหม่

เขียนรัฐธรรมนูญเป็นแบบไว้         ให้ประชาธิปไตยนั้นอ่อนแอ

แก้กะบ่ได้เอาปืนออกมาขู่              กูเฮ็ดหยังกะถืกต้องผิดนั้นแม่นมึง

เขียนไว้แหน่นอึ้งตึ้ง                        ในรัฐธรรมนูญเล่มใหม่

คันแม่นไผอยากฮู้                             มาตราสามศูนย์เก้าให้อ่านเอา พี่น้องเอย

…………………………………………….

แค้นนี้ตองชำระ(กลอนอีสาน)

……………………………………………

พรรคใด๋ได้   ดูถูกประชาชน

เอาหมามาไล่กัด  สั่งทหารมาไล่ฆ่า

เถิงเวลาเลือกตั้ง  บังเอาเงินมันสาก่อน

ตอนกาบัตรจั่งคอยเบี้ยว  กาให่พรรคเฮา  พี่น้องเอย

…………………………………….

ผญาคืออะไร (กลอนอีสาน)

…………………………………….

ผญาเป็นคำเว้า       แฝงคำสอนซ่อนเงื่อน

เพื่อตักเตือนอ้ายน้อง  ลูกหลานให้ฮ่ำคนิง

มีความจริงในเว้าเล่น   ม่วนมันหัวจนเมื่อย

ผู้บ่เคยฟังแล้วฮ้อง  เป็นจั่งซี้ซั้นบ่ผญา  ซั้นแหล่ว  พี่น้องเอย

………………

ผญา

……………..

-แข่นอั้นตั้นโบกละพันกะบ่เกี่ยง

คันแม่นยานต้วบต้วย โบกละร้อยกะว่าแพง  นางเอย

 

-ยามบ่มีเงินจ้าง ทางของแข็งเป็นตาหน่าย

ยามของตายก้องด้องเงินทองจ้างจั่งแม่นหลาย  นางเอย

 

-ของบ่ขึ้นยาปัวพอมีอยู่

ใช้ผู้สาวส่ำน้อ เหนี่ยงให้เอาส่ำใด  เสี่ยวเอย

 

-ฮู้ว่าของโตน้อย อย่าเอาเมียของใหญ่

เมียสิให้เฝ้าบ้าน หนีไปเซิ้งฝรั่งดอง  เสี่ยวเอย

 

-เห็นห่อใหญ่โอ้นโต้น อย่าฟ้าวด่วนดีใจ

ลางเทือตองพันหมก เปิดออกมาท่อนิ้วก้อย  นางเอย

 

-สวดจุ้มกุ้มสองมืองุมอย่าฟ้าวว่า

ตาบ่เห็นมือยังบ่ได้ต้องท่อสองนิ้วกะหากมี  เสี่ยวเอย

 

-ยามเมื่อซาตาฮ้ายเฮ็ดอันใดกะปี้ป่น

ตั้งแต่ต้ดอยู่ก้น ยังโงโค้งขึ่นใส่ดัง  ซั้นแหล่ว

 

-ยามเมื่อซาตาฮ้าย  ย่างก๋ายทางหมากะเห่า

ตั้งแต่ข้าวอยู่เล้า  ไฟกะไหม่บ่ยัง  พี่น้องเอย

 

-เงินคำแก้ว แนวของดีหายาก

แม่นสิอยู่ฟากฟ้าให้นำค้นก่นเอา  หลานเอย

 

-แนวหมากเขือหำม้าปลูกอยู่ใสกะยาวคือเก่า

คนเฮาใหญ่บ่ถืกหม่อง  เป็นของถิ่มค่าบ่มี  พี่น้องเอย

 

-เบอร์โทร.อ้าย รับสายพอได้อยู่

แต่โทร.ออกบ่ได้เงินเติมอ้ายบ่พอ  นางเอย

 

-เบอร์โทร.อ้าย เติมเงินมาใหม่ใหม่

โทร.หาน้องบ่ได้ มีเสียงฮ้ายว่าห่ามโทร. นางเอย

 

-ทุกข์ย้อนเจ็บป่วยไข่  ยาดีพอมีอยู่

ทุกข์ย้อนแก่ย้อนเถ่ายาแก้บ่มี  ซั้นแหล่ว

-แม่นสิรวยล้นฟ้า พอบ่เป็นกะทุกข์ใหญ่

ขาดปัจจัยสู่ด้าน เป็นทุกข์แท้ส่ำกัน  พี่น้องเอย

 

-น้ำมันขึ่น ของแพงเป็นตาหน่าย

ราคาไก่บักโจ้นสังบ่ขึ่นแล่นนำ  พี่น้องเอย

 

-คันบ่มีเงินค้าให่ขายแฮงสาก่อน

กู้ลงทึนมันบ่คุ้ม  ใช้ดอกเบี้ยกะบ่พอ  พี่น้องเอย

…………………………………….

กลอนอีสาน

……………………………….

กลอนนี้ แต่งขึ้นใช้  ลำในงานบุญพระเวส

วัดเจริญศิลป์เพิ่นใช้  ให้ผู้ข่าซ่อยเขียน

คันแม่นผิดแม่นเผี้ยน  เขียนบ่ดีอย่าฟ้าวจ่ม

ผู้ข่า-งมเขียนได้ท่อนี้  ดีฮ้ายให้ซ่อยลำ  เบิ่งเด้อ พี่น้องเอย

………………………………………………….

พระเวสสันดรลาดง(กลอนอีสาน)

ทำนอง แหล่อิสาน / ลำยาว

…………………………………………………

มาบัดนี้..สิได้ลาสึกแล้วคืนเมือบ้านเก่า       พ่อสญชัยเพิ่นมาเว้าให้คืนเข้าสู่นคร

ชาวสีพีเพิ่นมาอ้อน  วอนเฮาเมือบ้านเก่า     ให้เมืออยู่สืบเค้า  เมืองบ้านให้ฮูงเฮือง

เรื่องเฮาทานช้างม้า  เงินทองเพิ่นบ่ว่า         ชาวพารายกให้  โมทนาถ้วนคู่สู่คน

จนใจต้องลาห้อง  อาศรมที่เคยอยู่       ลาทั้งหมู่สาดเสื่อ  หมอนมุ้งผ่าห่มนอน

ลาทั้งหมอนหนุนข้าง  เคียงกายให้อายอุ่น    บุญคุณมีมากล้น  ยามหนาวได้อุ่นกาย

ขอลาสระใหญ่กว้าง โบกขรณีที่เคยเพิง    เถิงยามแลงได้อาบเล่น  ยามฮ้อนได้เพิงเย็น

ลาอีเห็นเสือช้าง งูทำทานป้องห่างห่าง      แล่นนำทางมากล้น คนย้านสั่นสาย

เฮาสิผายเมือบ้าน  เมืองสีพีบ้านเก่า   ให้เจ้าอยู่สืบเชื้อ  รักษาไม้ป่าดง

ขอลาพงไพรกว้าง  นกชะนีหมีค่าง   เคยนำทางสั่นหมากไม้  ให้นางเจ้าแม่มัทรี

ลาคีรีที่เคยซ้น  ภาวนาทุกเช้าค่ำ   บำเพ็ญธรรมสู่มื้อ หวังเป็นเจ้าหน่อพุทโธ

โตเฮามีมื้อนี้  กะย้อนว่าบุญคุณ. สรรพสิ่งอุดหนุน  จั่งได้มีวันนี้

คันบ่มีหมากไม้  เผือกมันอยู่ในป่า     หาอาหารบ่ได้  ตายถิ่มตั้งแต่โดน

ขอบพระคุณอย่างเหลือล้น ต้นไม้ใหญ่ใบหนา  ได้เพิ่งพาอาศัย ใบดอกผล ต้นแห้ง

เถิงยามแลงก่อไฟต้ม เผือกมัน ไว้มื้ออื่น   ขอบคุณฟืนง่าไม้ ให้ไฟไหม้ ได้อุ่นกาย

คันบ่ตายสิมาเยี่ยม ทดแทนคุณ ทุกสิ่งอย่าง     มื้อเฮาสิได้ห่างไกลจากเจ้า เดินทางเข้า สู่นคร

จึงขออวยพรให้ สรรพสิ่ง ทั้งหลาย  ที่เฮาเคยอาศัย ได้เพิ่งพา ในยามยาก

หากกรรมดีเคยทำไว้ ภาวนามัย ตั้งต่อ   บุญเฮาก่อสืบสร้าง บำเพ็ญให่ ได้ส่องทาง

เป็นพลังบันดาลให่ สุขสำบาย ทุกสิ่งอย่าง  เทิงเสือกวางช้างม้า ได้กินหญ้า อยู่ฮวมกัน

ป่าไม้นั้น ให้ต้นใหญ่ ใบหนา   มวลหมู่ปลาในสระ ให้อยู่ดี อย่ามีฮ้อน

หนูพังพอนงูเห่าก้อม ฮักแพงกัน เด้อหละอุ่น          บุญคุณเฮาสร้างไว้  ให้หมู่เจ้า ได้ทั่วกัน….เด้อ

…………………………………………………………………………………

กลอนลำนางมัทรีลาต้นไม้(กลอนอีสาน)

ทำนอง  แหล่อิสาน /ลำยาว

……………………………………………………………………………………

นางมัทรีฮ้องให้อาลัยป่าดงดอน                   บ่อนที่เคยอาศัยได้เพิงพายามฮ้อน

จึงได้สอนสั่งพร้อมอวยพรแถมตื่ม        สิบ่ลืมคุณหมู่เจ้า ยามคืนเข้าสู่นคร

ลาก่อนเด้อลูกหล่านกชนีหมีค่าง        เคยนำทางสั่นหมากไม้ ให้นางเจ้าแม่มัทรี

ลาคีรีป่ากว้างต้นไม้ใหญ่ใบหนา        ลาปูปลาอยู่ในสระดอกบัวอยู่ในน้ำ

ลาหมากขามป้อมส้มสม-มอกะยอป่า    ยามแลงมานางแต่งให้พระองค์ได้นั่งเสวย

ลาหมากตูมที่เคยต้มเป็นยาดีแก้ท้องยืง ตำลีงทองขามแปเม่าหมากนาวส้มแม่สิลา

กล้วยน้ำหว้า กล้วยตานี ทั้งกล้วยไข่     เคยอาศัยหมู่เจ้ากินแทนข้าวเป็นหมู่ลิง

ลาทั้งสิงเสือช้างกวางชนีหมีป่า     ค่ำลงมามีหมู่เจ้าคอยเฝ้าอยู่รักษา

ลาทั้งเฟืองไฟส้ม  กะยมยอค้อข่อย      เถิงยามสุกให้หล่นพร้อม บ่ยอมพั้วให่บ่างกิน

ลากระถินขามหว้า  ตูมกามี้ม่วง     เถิงยามสุกให่อยู่ต้น บ่หล่นถิ่มใส่ดิน

ลาไปเมิดทั้งสิ้นสรรพสิ่งทั้งหลาย    ที่เฮาเคยอาศัยได้เพิงพายามยาก

หากบ่มีหมู่เจ้าเฮาต้องตายมิหมี่    ที่เฮามีมื้อนี้ย้อนหมู่เจ้าให้เพิงพา

ขอผลาทานสร้างภาวนามัยตั้งต่อ     บุญเฮาก่อสืบสร้างบำเพ็ญให้ได้ส่องทาง

เป็นพลังดลให้สุขสบายทุกสิ่งอย่าง    ทั้งเสือกวางช้างม้าได้กินหญ้าอยู่ฮวมกัน

พังพอนนั้นให้ฮักแพงงูเห่า   ผิดใจกันให้ค่อยเว้าอย่าฟ้าวฆ่าต่อยตี

กล้วยตีบต้นตีนเต่าหมูสี  ให้อยู่ดียืนยาวอย่าฟ้าวลอนมายม้าง

มวลดอกไม้ให้ตูมบานปานแต้มแต่ง     ส่งกลิ่นหอมทั่วป่าไม้แลงเช้าอยู่บ่วาย

ขออภัยที่ขุดค้นเคาะสอยต่อยเขย่า     เอาหมากหัวหมู่เจ้ากินแทนข้าวสู่วัน

ให้เจ้ายืนยาวหมั่นหลายพันพันปีมีสุขยิ่ง     สู่สวรรค์คิ้งนิ้งยามม้อยระแม่งตาย เด้อ ๆๆ

……………………………..

กลอนลำก่อนนำเสนอภาพยนตร์สั้น(กลอนอีสาน)

ทำนองลำสั้น/ลำเดิน

โอ้ โอละนอ    นายเอย  สวยแล้ว…………ละแม่นว่า

ขอกราบเรียนทุกท่าน  กรรมการทุกท่าน  ที่มางานมื้อนี้ หนังสั้นส่งเสริม

ดิฉันสิขอเริ่มแนะนำหมู่ก่อน            ที่ใช้เวลาพักผ่อนพากันสร้างหนัง

สมาชิกมีแต่ผู้จั๋งจั๋ง วัยทีนขึ้นใหม่     ชายผู้เดียวสูงใหญ่ หญิงนั้นสี่นาง

ผู้ทางซ้ายชื่อว่าวรรณิสา                 ผู้ทางขวา ชือว่าจีราวรรณ

ผู้หัวสีล้านล้าน อภิชาติ  ชื่อเขา        ผู้หุ่นสีหลาวหลาว ประทุมทองให้จำจื่อ

ผู้ลำอยู่ซือซือ บ่ออกท่าวาแขน        ยังบ่ทันมีแฟน นีละ ทรรศมนต์       

กลุ่มสมองห้าคน  ท่อนี้ละท่าน        ที่พากันคิดกันอ่าน สร้างหนังนำกัน  

ห่าเทือได้รางวัล  ห่าเทือได้กล่อง     ห่าเทือปึ้ก เทือป่อง โลดบ่แน่บ่นอน

ครูผู้สอน จนส่ายหัวดิ้กดิ้ก               เทือนี้เต้นยิกยิก สร้างหนังชื่อหลานยายรี

มีแนวคิดพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม    ตะล่อม รี มาใช้  ในหนังเจ็ดอย่าง    

ทั้ง  รีดิวส์ รีติ้ง  รีฟิวส์  รีแพร์  รียูส รีไซเคิ้ล และ รีเทิร์น

เพลินฟังรีฝรั่งแล้ว   แปลแนวใดบ่ฮู้ฮ่อม   ซอมเบิ่งหนังกะสิฮู้ เจ็ดรีนั้นแม่นหยัง

การทำหนังเทือนี้   ใช้กล้องดียี่ห้อเด่น    จั่งเป็นหนังแข่งได้  ฟังน้องสิกล่าวไข

กล้องที่ใช้  แคนนอน 500 ดีเด้อค่ะท่าน       แฮนดิแคม กะได้ใช้  มันซ่อยให้ถ่ายดี

ใช้โปรแกรมตัดต่อโซนี่ เวกัสเวอร์ชั่นสิบสอง  ลองเบิ่งเด้อพี่น้อง ของนี้ดีหลาย 

ใช้สามอย่างกะเลยได้  งานไวหนังม่วน        บริบูรณ์ครบถ้วน  หนังสั้นกลุ่มสมอง

ขอฝากพี่ฝากน้อง ลองเบิ่งหนังให้แน  สิมองเห็นแก่นแท้ โลกเฮาฮ้อนเพราะหยัง

โลกเฮาฮ้อนเพราะหยัง   สีนานวน ม้วน ๆ ไว้ก่อน ท่อนี้แหล่ว

 


5 thoughts on “ผญา/โตงโตย/กลอนอีสาน

  1. เป็นปราชญ์ทางวรรณกรรมท้องถิ่นที่ควรได้รับการอนุรักษ์อย่างยิ่ง อยู่ให้ถึงบ ๑๕๐ ปีนะคะ ขอความกรุณาส่งเกริ่นนำก่อนเล่นลายดนตรี นกไซบินข้ามทุ่ง ลายโปงลาง ลายเต้ยสามจังหวะ มาให้หนูด้วยนะคะ ด่วนด้วยค่ะ

    • ต๋อย น้องรัก ตั้งใจสอนนักเรียนให้เก่งดีและมีความสุขมาก ๆ นะ ระยะนี้อากาศกำลังหนาวเย็นมาก อย่าลืมดูแลสามีให้ดีด้วย และดูแลคุณแม่เป็นสองเท่าเลย ปิดภาคเรียนพี่ไม่ได้มาเยี่ยม แต่ก็ส่งใจมาเยี่ยมทุกคืนเลย สำหรับลายดนตรี นกไซบินข่ามท่ง โปงลาง และเต้ยสามจังหวะ จะออกหาข้อมูลและเขียนส่งให้คืนละลายบน ลำนำดนตรีอีสาน นับจากคืนนี้เป็นต้นไป ดูแลตัวเองด้วย พี่

  2. สำนักเทศน์แหล่อีสาน ๓ ธรรมาสน์ จ.อุบลราชธานี เทศน์ในงานบุญะเหวด อุทิศ กองบวช กฐิน ผ้าป่า ฯลฯ ติดต่อนิมนต์โทร 087-0115640.085-2432848

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>